คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8707/2555 ฉบับเต็ม

#521392
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8707/2555 นางชวนพรรณ โภคาชัยพัฒน์ โจทก์ พันเอกกฤษติญา ปุญชลักข์ ผู้รับรองหลักทรัพย์ นางลัดดาวัลย์ ปุญชลักข์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 287 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้...(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอกันส่วนจากเงินขายทอดตลาดที่ดิน ซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้ล้มละลายมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วย ย่อมมีผลเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 อำนาจในการต่อสู้คดีนี้ของจำเลยที่ 1 จึงตกอยู่แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 1 หามีสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาต่อสู้คดีด้วยตนเองไม่ ที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7985 ตำบลบางพูด (บางพัง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินครึ่งหนึ่งของหนึ่งในสี่ส่วนของจำเลยที่ 1 โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องทราบถึงการจดทะเบียนจำนองที่ดินสินสมรสและจำเลยที่ 1 นำเงินจากการกู้ยืมซึ่งจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นหลักประกันไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของผู้ร้อง มูลหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 จึงผูกพันถึงที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสด้วย ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอกันส่วน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้น มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7985 ตำบลบางพูด (บางพัง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวนครึ่งหนึ่งของหนึ่งในสี่ส่วนจากการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับผู้ร้องให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นับแต่ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2545 และมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2547 ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ยังไม่พ้นจากการล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอกันส่วนเป็นคดีนี้แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินตามคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า " เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้...(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอกันส่วนจากเงินขายทอดตลาดที่ดินซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้ล้มละลายมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วยย่อมมีผลเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 อำนาจในการต่อสู้คดีนี้ของจำเลยที่ 1 จึงตกอยู่กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว ตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 1 หามีสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาต่อสู้คดีด้วยตนเองไม่ ที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ (ธงชัย เสนามนตรี-อภิรัตน์ ลัดพลี-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายมนัส พูนสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางพนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.904/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ส379/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ส499/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521392
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายมนัส พูนสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางพนมวรรณ ทองวิทูโกมาลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985897"
    }
}
date
2555
deka_no
8707/2555
deka_running_no
8707
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 287"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 22"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางชวนพรรณ โภคาชัยพัฒน์"
    },
    {
        "role": "ผู้รับรองหลักทรัพย์",
        "name": "พันเอกกฤษติญา ปุญชลักข์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางลัดดาวัลย์ ปุญชลักข์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 7985 ตำบลบางพูด (บางพัง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินครึ่งหนึ่งของหนึ่งในสี่ส่วนของจำเลยที่ 1

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องทราบถึงการจดทะเบียนจำนองที่ดินสินสมรสและจำเลยที่ 1 นำเงินจากการกู้ยืมซึ่งจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นหลักประกันไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของผู้ร้อง มูลหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 จึงผูกพันถึงที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสด้วย ผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอกันส่วน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้น มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 7985 ตำบลบางพูด (บางพัง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จำนวนครึ่งหนึ่งของหนึ่งในสี่ส่วนจากการขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับผู้ร้องให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่นับแต่ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2545 และมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2547 ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 ระหว่างที่จำเลยที่ 1 ยังไม่พ้นจากการล้มละลาย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอกันส่วนเป็นคดีนี้แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้มีคำสั่งให้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 1 และศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินตามคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22 บัญญัติว่า " เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจดังต่อไปนี้...(3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้" การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอกันส่วนจากเงินขายทอดตลาดที่ดินซึ่งจำเลยที่ 1 ผู้ล้มละลายมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ด้วยย่อมมีผลเกี่ยวกับทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 อำนาจในการต่อสู้คดีนี้ของจำเลยที่ 1 จึงตกอยู่กับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียว ตามบทบัญญัติดังกล่าว จำเลยที่ 1 หามีสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาต่อสู้คดีด้วยตนเองไม่ ที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาคำร้องให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ส379/2543
primary_red_case_no
ส499/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000410.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.904/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555