คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10847/2555 ฉบับเต็ม

#521396
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10847/2555 นายสิทธิชัย สวัสดิวุฒิพงศ์ โจทก์ นางกาญจนา สวัสดิวุฒิพงศ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 5 ป.วิ.พ. มาตรา 55 การที่โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างว่าจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนว่าโจทก์ให้ทรัพย์สินที่พิพาทแก่จำเลย และมาฟ้องคดีนี้ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ อ้างว่าโจทก์ทำสัญญาให้ทรัพย์สินที่พิพาทแก่จำเลยซึ่งแสดงว่าจำเลยไม่ได้ปลอมหนังสือมอบอำนาจ การกระทำของโจทก์ตามข้ออ้างในคดีทั้งสองเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่แตกต่างและขัดกัน ซึ่งหากศาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าเป็นการปลอมหนังสือมอบอำนาจ ไม่ใช่การให้ทรัพย์สินพิพาทแก่จำเลย โจทก์ก็ชนะคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ แต่หากศาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าไม่เป็นการปลอมเอกสาร ย่อมมีผลโดยปริยายว่าเป็นการให้อันเป็นประโยชน์แก่คดีนี้ จึงเป็นการดำเนินคดีที่โจทก์มุ่งประสงค์ต่อผลให้โจทก์ชนะคดีแน่นอนไม่ว่าศาลใดศาลหนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงข้อความจริงซึ่งโจทก์ย่อมรู้ดี และเมื่อพิจารณาถึงคดีที่โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่อ้างเหตุว่าจำเลยปลอมเอกสารอันอาจเป็นมูลเหตุให้จำเลยถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสารด้วยแล้ว ถือได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 79051 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์ มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาให้ส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวและโฉนดที่ดิน มิฉะนั้นให้จำเลยชดใช้ราคาเป็นเงิน 2,200,000 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาตามกฎหมาย ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา มีการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินที่พิพาทซึ่งมีชื่อของโจทก์เป็นชื่อของจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ว่า การจดทะเบียนโอนทรัพย์สินที่พิพาทดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจ ระหว่างการพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งไม่อนุญาต โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีก เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่และฟ้องต่อศาลชั้นต้นขอให้บังคับจำเลยเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาท โดยอ้างในคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ว่า จำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนว่าโจทก์ยกให้ทรัพย์สินที่พิพาทแก่จำเลย แล้วอ้างในคดีนี้ว่า โจทก์ทำสัญญาให้ทรัพย์สินที่พิพาทแก่จำเลยซึ่งแสดงว่าจำเลยไม่ได้ปลอมหนังสือมอบอำนาจ การกระทำของโจทก์ตามข้ออ้างในคดีทั้งสองจึงเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอย่างยิ่งและขัดกันเองอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งโจทก์เป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวย่อมทราบดีว่ามอบให้จำเลยไปดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทอย่างไร การที่โจทก์นำคดีฟ้องต่อศาลสองศาลที่มีเขตอำนาจต่างกัน อ้างเหตุซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแตกต่างขัดแย้งกันดังกล่าว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหากศาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าเป็นการปลอมหนังสือมอบอำนาจ ไม่ใช่การให้ทรัพย์สินพิพาทแก่จำเลย โจทก์ก็ชนะคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ แต่ถ้าศาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าไม่เป็นการปลอมเอกสาร ย่อมมีผลโดยปริยายว่าเป็นการให้ อันเป็นประโยชน์แก่โจทก์คดีนี้ที่จะทำให้ศาลรับฟังว่าเป็นการยกให้ดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคดีนี้ จึงเป็นการดำเนินคดีที่โจทก์มุ่งประสงค์ต่อผลให้โจทก์ชนะคดีแน่นอนไม่ว่าศาลใดศาลหนึ่งในสองศาลนี้ โดยโจทก์หาได้คำนึงถึงข้อความจริงซึ่งโจทก์เองรู้ดีอยู่แก่ใจไม่ และเมื่อพิจารณาถึงคดีที่โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่อ้างเหตุจำเลยปลอมเอกสารอันอาจเป็นมูลเหตุให้จำเลยถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสารด้วยแล้ว เห็นได้ชัดว่า โจทก์มาศาลโดยการใช้สิทธิที่ไม่สุจริต ข้อที่โจทก์อ้างในฎีกาว่า โจทก์ฟ้องผิดศาลและผิดข้อหาเนื่องจากได้รับคำแนะนำที่ผิดพลาดจากทนายความนั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะโจทก์รู้ดีอยู่ว่าความจริงเป็นเช่นไร ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องมานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-สมชาติ ธัญญาวินิชกุล) ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ - นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายปานทอง สุ่มมาตย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)142/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ209/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ150/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521396
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายปานทอง สุ่มมาตย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985333"
    }
}
date
2555
deka_no
10847/2555
deka_running_no
10847
deka_year
2555
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "เพลินจิต ตั้งพูลสกุล",
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสิทธิชัย สวัสดิวุฒิพงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกาญจนา สวัสดิวุฒิพงศ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 79051 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์ มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาให้ส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวและโฉนดที่ดิน มิฉะนั้นให้จำเลยชดใช้ราคาเป็นเงิน 2,200,000 บาท

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยาตามกฎหมาย ระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยา มีการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินที่พิพาทซึ่งมีชื่อของโจทก์เป็นชื่อของจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ว่า การจดทะเบียนโอนทรัพย์สินที่พิพาทดังกล่าวเป็นโมฆะเพราะจำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจ ระหว่างการพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งไม่อนุญาต โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีก เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่และฟ้องต่อศาลชั้นต้นขอให้บังคับจำเลยเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาท โดยอ้างในคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ว่า จำเลยปลอมหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนว่าโจทก์ยกให้ทรัพย์สินที่พิพาทแก่จำเลย แล้วอ้างในคดีนี้ว่า โจทก์ทำสัญญาให้ทรัพย์สินที่พิพาทแก่จำเลยซึ่งแสดงว่าจำเลยไม่ได้ปลอมหนังสือมอบอำนาจ การกระทำของโจทก์ตามข้ออ้างในคดีทั้งสองจึงเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันอย่างยิ่งและขัดกันเองอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งโจทก์เป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวย่อมทราบดีว่ามอบให้จำเลยไปดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พิพาทอย่างไร การที่โจทก์นำคดีฟ้องต่อศาลสองศาลที่มีเขตอำนาจต่างกัน อ้างเหตุซึ่งเป็นข้อเท็จจริงแตกต่างขัดแย้งกันดังกล่าว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหากศาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าเป็นการปลอมหนังสือมอบอำนาจ ไม่ใช่การให้ทรัพย์สินพิพาทแก่จำเลย โจทก์ก็ชนะคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ แต่ถ้าศาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าไม่เป็นการปลอมเอกสาร ย่อมมีผลโดยปริยายว่าเป็นการให้ อันเป็นประโยชน์แก่โจทก์คดีนี้ที่จะทำให้ศาลรับฟังว่าเป็นการยกให้ดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคดีนี้ จึงเป็นการดำเนินคดีที่โจทก์มุ่งประสงค์ต่อผลให้โจทก์ชนะคดีแน่นอนไม่ว่าศาลใดศาลหนึ่งในสองศาลนี้ โดยโจทก์หาได้คำนึงถึงข้อความจริงซึ่งโจทก์เองรู้ดีอยู่แก่ใจไม่ และเมื่อพิจารณาถึงคดีที่โจทก์ฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่อ้างเหตุจำเลยปลอมเอกสารอันอาจเป็นมูลเหตุให้จำเลยถูกดำเนินคดีอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสารด้วยแล้ว เห็นได้ชัดว่า โจทก์มาศาลโดยการใช้สิทธิที่ไม่สุจริต ข้อที่โจทก์อ้างในฎีกาว่า โจทก์ฟ้องผิดศาลและผิดข้อหาเนื่องจากได้รับคำแนะนำที่ผิดพลาดจากทนายความนั้น ฟังไม่ขึ้นเพราะโจทก์รู้ดีอยู่ว่าความจริงเป็นเช่นไร ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยว่า โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องมานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ209/2550
primary_red_case_no
พ150/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000405.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)142/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555