คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5670/2555 ฉบับเต็ม

#521412
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5670/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์ นายสุรวัฒน์ หงษ์สมดี กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 4, มาตรา 30 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ประกอบกับมาตรา 4 นิยามคำว่า "จัดหางาน" หมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนหางานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง โดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตาม และให้หมายรวมถึงการเรียกเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจัดหางานให้คนหางาน ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทั้งสามเพียงแต่เป็นผู้ติดต่อบริษัท ว. ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อให้ส่งผู้เสียหายที่ 1 ไปทำงานที่ดินแดนไต้หวันตามความประสงค์ ผู้จัดหางานให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 ที่แท้จริงคือ บริษัท ว. การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อที่บริษัท ร. จะได้ค่าตอบแทนเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อ ผลประโยชน์ที่จำเลยทั้งสามจะได้รับมีเพียงค่าตอบแทนในการจัดหาผู้กู้จากบริษัท ร. รวมถึงค่าพาหนะและค่าป่วยการในการดำเนินการดังกล่าวจากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมิใช่เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่จำเลยทั้งสามเรียกเพื่อจัดหางานให้ผู้เสียหายที่ 1 โดยตรง ไม่ต้องด้วยนิยามคำว่า "จัดหางาน" ตามมาตรา 4 ข้างต้น การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 188 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82 จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับคนละ 60,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษปรับคนละ 40,000 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสามในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในระหว่างวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของบริษัทรวมไทยสากล จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา แนะนำ รับบริการจัดเตรียมเอกสาร หลักฐานการขอกู้ และค้ำประกันหนี้ของคนหางานที่มีความประสงค์จะขอกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในโครงการอำนายสินเชื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ตามหนังสือมอบอำนาจ โดยบริษัทจะได้ค่าตอบแทนเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้แก่คนหางาน จำเลยทั้งสามร่วมกันชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปสมัครงานกับบริษัทวายพีทีกรุ๊ป จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ดินแดนไต้หวัน โดยแจ้งว่าจะได้รับเงินเดือน 21,000 บาท แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 195,000 บาท ในการนี้ผู้เสียหายที่ 2 มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 6302 ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม และผู้เสียหายที่ 3 มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 3970 ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ให้แก่จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้เพื่อดำเนินการขอสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ต่อมาธนาคารอนุมัติวงเงินสินเชื่อจำนวน 150,000 บาท และบริษัทวายพีทีกรุ๊ป จำกัด จัดหางานให้ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อไปทำงานในต่างประเทศได้โดยส่งผู้เสียหายที่ 1 ไปทำงานที่ดินแดนไต้หวันแล้ว แต่ผู้เสียหายที่ 3 ป่วย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ยังมิได้จดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวไว้แก่ธนาคาร เมื่อผู้เสียหายที่ 1 เดินทางไปดินแดนไต้หวันได้เพียงสัปดาห์เดียวก็ถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเนื่องจากไม่ผ่านการตรวจโรค ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 จึงไปขอโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมคืนให้อ้างว่าจำเลยที่ 1 ออกเงินทดรองจ่ายให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อไปทำงานในต่างประเทศจำนวน 65,000 บาท พร้อมแจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ประกอบกับมาตรา 4 นิยามคำว่า "จัดหางาน" หมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนงานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง โดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตามและให้หมายรวมถึงการเรียกเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจัดหางานให้คนหางาน ข้อเท็จจริงทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสามได้ความว่า จำเลยทั้งสามเพียงแต่เป็นผู้ติดต่อบริษัทจัดหางานวายพีทีกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้ส่งผู้เสียหายที่ 1 ไปทำงานที่ดินแดนไต้หวันตามความประสงค์ ผู้จัดหางานให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 ที่แท้จริงคือบริษัทวายพีทีกรุ๊ป จำกัด การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อที่บริษัทรวมไทยสากล จำกัด จะได้ค่าตอบแทนเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อ ผลประโยชน์ที่จำเลยทั้งสามจะได้รับมีเพียงค่าตอบแทนในการจัดหาผู้กู้จากบริษัทรวมไทยสากล จำกัด รวมถึงค่าพาหนะและค่าป่วยการในการดำเนินการดังกล่าวจากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมิใช่เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่จำเลยทั้งสามเรียกเพื่อจัดหางานให้ผู้เสียหายที่ 1 โดยตรงไม่ต้องด้วยนิยามคำว่า "จัดหางาน" ตามมาตรา 4 ข้างต้น การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร-อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย-ชัชวาล บุนนาค) ศาลจังหวัดนครพนม - นางสาวบุศรา เจตน์จำนงจิต ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายจตุรงค์ นาสมใจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3330/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2596/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2221/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521412
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครพนม",
        "judge": "นางสาวบุศรา เจตน์จำนงจิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายจตุรงค์ นาสมใจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986788"
    }
}
date
2555
deka_no
5670/2555
deka_running_no
5670
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร",
    "อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย",
    "ชัชวาล บุนนาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 30 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรวัฒน์ หงษ์สมดี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 188 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30, 82

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษปรับคนละ 60,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษปรับคนละ 40,000 บาท ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสามในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง, 82 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในระหว่างวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของบริษัทรวมไทยสากล จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา แนะนำ รับบริการจัดเตรียมเอกสาร หลักฐานการขอกู้ และค้ำประกันหนี้ของคนหางานที่มีความประสงค์จะขอกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในโครงการอำนายสินเชื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ตามหนังสือมอบอำนาจ โดยบริษัทจะได้ค่าตอบแทนเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อให้แก่คนหางาน จำเลยทั้งสามร่วมกันชักชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปสมัครงานกับบริษัทวายพีทีกรุ๊ป จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่ดินแดนไต้หวัน โดยแจ้งว่าจะได้รับเงินเดือน 21,000 บาท แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 195,000 บาท ในการนี้ผู้เสียหายที่ 2 มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 6302 ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม และผู้เสียหายที่ 3 มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 3970 ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ให้แก่จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้เพื่อดำเนินการขอสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ต่อมาธนาคารอนุมัติวงเงินสินเชื่อจำนวน 150,000 บาท และบริษัทวายพีทีกรุ๊ป จำกัด จัดหางานให้ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อไปทำงานในต่างประเทศได้โดยส่งผู้เสียหายที่ 1 ไปทำงานที่ดินแดนไต้หวันแล้ว แต่ผู้เสียหายที่ 3 ป่วย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ยังมิได้จดทะเบียนจำนองที่ดินดังกล่าวไว้แก่ธนาคาร เมื่อผู้เสียหายที่ 1 เดินทางไปดินแดนไต้หวันได้เพียงสัปดาห์เดียวก็ถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเนื่องจากไม่ผ่านการตรวจโรค ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 จึงไปขอโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ยอมคืนให้อ้างว่าจำเลยที่ 1 ออกเงินทดรองจ่ายให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อไปทำงานในต่างประเทศจำนวน 65,000 บาท พร้อมแจ้งให้ผู้เสียหายที่ 2 และที่ 3 ชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ประกอบกับมาตรา 4 นิยามคำว่า "จัดหางาน" หมายความว่า ประกอบธุรกิจจัดหางานให้แก่คนงานหรือหาลูกจ้างให้แก่นายจ้าง โดยจะเรียกหรือรับค่าบริการตอบแทนหรือไม่ก็ตามและให้หมายรวมถึงการเรียกเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อจัดหางานให้คนหางาน ข้อเท็จจริงทางนำสืบของโจทก์และจำเลยทั้งสามได้ความว่า จำเลยทั้งสามเพียงแต่เป็นผู้ติดต่อบริษัทจัดหางานวายพีทีกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้ส่งผู้เสียหายที่ 1 ไปทำงานที่ดินแดนไต้หวันตามความประสงค์ ผู้จัดหางานให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 ที่แท้จริงคือบริษัทวายพีทีกรุ๊ป จำกัด การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียหายที่ 1 เพื่อที่บริษัทรวมไทยสากล จำกัด จะได้ค่าตอบแทนเมื่อธนาคารอนุมัติสินเชื่อ ผลประโยชน์ที่จำเลยทั้งสามจะได้รับมีเพียงค่าตอบแทนในการจัดหาผู้กู้จากบริษัทรวมไทยสากล จำกัด รวมถึงค่าพาหนะและค่าป่วยการในการดำเนินการดังกล่าวจากผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งมิใช่เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่จำเลยทั้งสามเรียกเพื่อจัดหางานให้ผู้เสียหายที่ 1 โดยตรงไม่ต้องด้วยนิยามคำว่า "จัดหางาน" ตามมาตรา 4 ข้างต้น การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2596/2545
primary_red_case_no
อ2221/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000418.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3330/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555