คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9203/2555 ฉบับเต็ม

#521422
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9203/2555 พนักงานอัยการจังหวัดเลย ผู้ร้อง จ่าสิบเอกสุวิทย์ เผือกทอง กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อมามีการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง เงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางที่เกินกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระแก่ผู้ให้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินอื่นใดที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย เงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางดังกล่าว จึงเป็นทรัพย์อันพึงริบตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้คำร้องขอให้ริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 7182 พิษณุโลก หรือเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดจำนวน 123,559.69 บาท รถยนต์หมายเลขทะเบียน ป - 1240 พิษณุโลก โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย 2 เครื่อง เงินสด 11,000 บาท สร้อยคอทองคำ 1 เส้น และพระเลี่ยมทองคำ 1 องค์ ของกลาง ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้คำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ ผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอศาลได้พิจารณายกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอศาลคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3 ระหว่างพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 2 ขอถอนคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำหน่ายคดีเฉพาะผู้คัดค้านที่ 3 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 7182 พิษณุโลก จำนวน 123,559.69 บาท และรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 1240 พิษณุโลก (ที่ถูก หมายเลขทะเบียน ป - 1240 พิษณุโลก) ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31 คำขอให้ริบทรัพย์รายการอื่นให้ยกและคืนแก่เจ้าของ ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ข้อ 13 เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดและผู้ให้เช่าซื้อได้รับรถกลับคืนมา ผู้ให้เช่าซื้อตกลงว่าหากนำรถออกขายได้เกินกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อจะคืนเงินส่วนเกินนั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อ แต่หากได้ราคาน้อยกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญานี้ ผู้เช่าซื้อตกลงรับผิดส่วนที่ขาดเฉพาะในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ขายตามวิธีประมูลหรือขายทอดตลาดที่เหมาะสมเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าเงินจำนวน 123,559.69 บาท เป็นเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางเกินกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อ เงินจำนวนดังกล่าวจึงต้องตกเป็นของผู้คัดค้านที่ 1 ตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าว ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นเจ้าของเงินจำนวน 123,559.69 บาท เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอแก้คำร้องให้ริบเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว จึงมีสิทธิยื่นคำคัดค้านได้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องที่ให้ริบเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังขึ้น พิพากษากลับว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี-สมศักดิ์ ตันติภิรมย์-พินิจ สุเสารัจ) ศาลจังหวัดเลย - นายชูเกียรติ เจียมศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายไชยผล สุรวงษ์สิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4971/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม5/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม3/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521422
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเลย",
        "judge": "นายชูเกียรติ เจียมศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายไชยผล สุรวงษ์สิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985780"
    }
}
date
2555
deka_no
9203/2555
deka_running_no
9203
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี",
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์",
    "พินิจ สุเสารัจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเลย"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "จ่าสิบเอกสุวิทย์ เผือกทอง กับพวก"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้คำร้องขอให้ริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 7182 พิษณุโลก หรือเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดจำนวน 123,559.69 บาท รถยนต์หมายเลขทะเบียน ป - 1240 พิษณุโลก โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโนเกีย 2 เครื่อง เงินสด 11,000 บาท สร้อยคอทองคำ 1 เส้น และพระเลี่ยมทองคำ 1 องค์ ของกลาง ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31

ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว

ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและแก้คำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ ผู้คัดค้านที่ 1

ผู้คัดค้านที่ 2 ยื่นคำคัดค้านขอศาลได้พิจารณายกคำร้อง

ผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำคัดค้านขอศาลคืนรถยนต์คันดังกล่าวให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3

ระหว่างพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 2 ขอถอนคำร้องคัดค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาต และจำหน่ายคดีเฉพาะผู้คัดค้านที่ 3 ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 7182 พิษณุโลก จำนวน 123,559.69 บาท และรถยนต์หมายเลขทะเบียน บท 1240 พิษณุโลก (ที่ถูก หมายเลขทะเบียน ป - 1240 พิษณุโลก) ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30, 31 คำขอให้ริบทรัพย์รายการอื่นให้ยกและคืนแก่เจ้าของ

ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ 1

ผู้คัดค้านที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ข้อ 13 เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดและผู้ให้เช่าซื้อได้รับรถกลับคืนมา ผู้ให้เช่าซื้อตกลงว่าหากนำรถออกขายได้เกินกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อจะคืนเงินส่วนเกินนั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อ แต่หากได้ราคาน้อยกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญานี้ ผู้เช่าซื้อตกลงรับผิดส่วนที่ขาดเฉพาะในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อได้ขายตามวิธีประมูลหรือขายทอดตลาดที่เหมาะสมเท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าเงินจำนวน 123,559.69 บาท เป็นเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางเกินกว่าจำนวนหนี้คงค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อ เงินจำนวนดังกล่าวจึงต้องตกเป็นของผู้คัดค้านที่ 1 ตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าว ผู้คัดค้านที่ 1 จึงเป็นเจ้าของเงินจำนวน 123,559.69 บาท เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอแก้คำร้องให้ริบเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว จึงมีสิทธิยื่นคำคัดค้านได้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านคำร้องที่ให้ริบเงินที่เหลือจากการขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ฟังขึ้น

พิพากษากลับว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
ม5/2547
primary_red_case_no
ม3/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000409.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4971/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555