คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10279/2555 ฉบับเต็ม

#521432
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10279/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายประยูรหรือยูร คงกุล จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 23 ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2552 อ้างว่าทนายจำเลยหลงผิดว่าได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลก่อนวันที่ 30 กันยายน 2552 อันเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ และเข้าใจผิดว่าวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์เป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2552 คำร้องดังกล่าวนั้นมิใช่เป็นการขอขยายระยะเวลาโดยอ้างว่ามีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่เป็นการขออนุญาตให้ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปตามกฎหมาย จึงเป็นดุลพินิจที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณา เมื่อศาลชั้นต้นเห็นควรให้โอกาสจำเลยและอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2552 จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), ประกอบมาตรา 80, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 33 ปี 16 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายหลังจากที่กำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว อีกทั้งเหตุที่จำเลยยกขึ้นอ้างเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยออกไปจนถึง วันที่ 15 ตุลาคม 2552 จำเลยจึงยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องและคำร้องไต่สวนขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตาม คำร้องฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2552 สรุปได้ความว่า ทนายจำเลยหลงผิดไปว่าคดีนี้ทนายจำเลยได้เรียบเรียงอุทธรณ์และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลก่อนวันที่ 30 กันยายน 2552 แล้ว วันนี้ทนายจำเลยได้ตรวจสำนวนของทนายจำเลยและของศาล ปรากฏว่ายังมิได้ยื่นอุทธรณ์ในช่วงระยะเวลาที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ทนายจำเลยสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งแจ้งว่าศาลอนุญาต ทนายจำเลยเข้าใจว่าจะครบกำหนดในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ฉะนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเพื่อให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีอย่างเต็มที่จึงขอโปรดไต่สวนคำร้องและอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ด้วย ดังนี้ จึงมิใช่เป็นการขอขยายระยะเวลาโดยอ้างเหตุว่ามีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แต่เป็นการขออนุญาตให้ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปตามกฎหมายโดยอ้างความบกพร่องของทนายจำเลยจึงเป็นดุลพินิจที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2552 จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้ใช้อำนาจทั่วไปที่มีอยู่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์และจะอนุญาตขยายให้เท่าใดก็ได้ตามเหตุผลที่เห็นสมควร การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยโดยอ้างว่ายื่นเกินกำหนดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาและพิพากษาคดีต่อไปตามรูปคดี (ธงชัย เสนามนตรี-อภิรัตน์ ลัดพลี-สมยศ เข็มทอง) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายนราไกร ชัยวิชิต ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.7105/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ19/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ567/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521432
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายนราไกร ชัยวิชิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985449"
    }
}
date
2555
deka_no
10279/2555
deka_running_no
10279
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "สมยศ เข็มทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประยูรหรือยูร คงกุล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), ประกอบมาตรา 80, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 33 ปี 16 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายหลังจากที่กำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว อีกทั้งเหตุที่จำเลยยกขึ้นอ้างเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยออกไปจนถึง วันที่ 15 ตุลาคม 2552 จำเลยจึงยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องและคำร้องไต่สวนขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตาม คำร้องฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2552 สรุปได้ความว่า ทนายจำเลยหลงผิดไปว่าคดีนี้ทนายจำเลยได้เรียบเรียงอุทธรณ์และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลก่อนวันที่ 30 กันยายน 2552 แล้ว วันนี้ทนายจำเลยได้ตรวจสำนวนของทนายจำเลยและของศาล ปรากฏว่ายังมิได้ยื่นอุทธรณ์ในช่วงระยะเวลาที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ทนายจำเลยสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งแจ้งว่าศาลอนุญาต ทนายจำเลยเข้าใจว่าจะครบกำหนดในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ฉะนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเพื่อให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีอย่างเต็มที่จึงขอโปรดไต่สวนคำร้องและอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ด้วย ดังนี้ จึงมิใช่เป็นการขอขยายระยะเวลาโดยอ้างเหตุว่ามีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แต่เป็นการขออนุญาตให้ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปตามกฎหมายโดยอ้างความบกพร่องของทนายจำเลยจึงเป็นดุลพินิจที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2552 จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้ใช้อำนาจทั่วไปที่มีอยู่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์และจะอนุญาตขยายให้เท่าใดก็ได้ตามเหตุผลที่เห็นสมควร การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยโดยอ้างว่ายื่นเกินกำหนดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาและพิพากษาคดีต่อไปตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
อ19/2551
primary_red_case_no
อ567/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000406.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.7105/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555