คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9181/2555 ฉบับเต็ม

#521473
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9181/2555 นายเอียวเส็งฮอค หรือเอียวซินฮก โจทก์ นายเอียวเส็งจู กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสอง ป.วิ.พ. มาตรา 27 ป.วิ.อ. มาตรา 182 วรรคสอง มีจุดมุ่งหมายให้คู่ความได้ทราบคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฎีกา ดังนั้นเมื่อในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลได้จดรายงานกระบวนพิจารณาว่า ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้โจทก์ฟังแล้ว โดยผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ โดยมิได้โต้แย้งทันทีว่าการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ซึ่งต่อมาโจทก์ก็ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าคดีมีมูล แสดงว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องถือว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 289 (1) (4) พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 38, 42, 46 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาไม่ถูกต้องชอบธรรมและไม่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาที่มิได้เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาชี้ขาด จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ให้รับฎีกาของโจทก์และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป" คำสั่งศาลฎีกาดังกล่าวรับฎีกาของโจทก์ไว้เฉพาะประเด็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพียงประเด็นเดียวเท่านั้น จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า การอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์ฎีกาทำนองว่า ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสั่งให้เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เป็นผู้อ่านอธิบายคำพิพากษาให้ผู้แทนโจทก์ฟัง เป็นเหตุให้การอ่านคำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสอง บัญญัติให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเปิดเผย ก็โดยมีจุดมุ่งหมายให้คู่ความได้ทราบคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่กรณี คดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้วนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 21 ตุลาคม 2548 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัด ศาลชั้นต้นจดรายการกระบวนพิจารณาเวลา 9 นาฬิกา ว่า นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งวันนี้ ผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้โจทก์ฟังแล้ว โดยมีผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์ลงลายมือชื่อไว้มิได้โต้แย้งทันทีว่าการอ่านคำพิพากษาดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ซึ่งต่อมาโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าคดีโจทก์มีมูลแสดงให้เห็นว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องถือว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธงชัย เสนามนตรี-อภิรัตน์ ลัดพลี-กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์) ศาลจังหวัดตรัง - นายวิทยา หะยีหมัด ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายวิจิตร วิสุชาติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2306/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1421/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2407/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521473
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตรัง",
        "judge": "นายวิทยา หะยีหมัด"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายวิจิตร วิสุชาติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985781"
    }
}
date
2555
deka_no
9181/2555
deka_running_no
9181
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 182 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเอียวเส็งฮอค หรือเอียวซินฮก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอียวเส็งจู กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 289 (1) (4) พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 38, 42, 46

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้น ศาลฎีกามีคำสั่งว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาไม่ถูกต้องชอบธรรมและไม่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาที่มิได้เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาชี้ขาด จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ให้รับฎีกาของโจทก์และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป" คำสั่งศาลฎีกาดังกล่าวรับฎีกาของโจทก์ไว้เฉพาะประเด็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพียงประเด็นเดียวเท่านั้น จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่า การอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์ฎีกาทำนองว่า ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสั่งให้เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์เป็นผู้อ่านอธิบายคำพิพากษาให้ผู้แทนโจทก์ฟัง เป็นเหตุให้การอ่านคำพิพากษาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องเพิกถอนกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 182 วรรคสอง บัญญัติให้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งในศาลโดยเปิดเผย ก็โดยมีจุดมุ่งหมายให้คู่ความได้ทราบคำพิพากษาหรือคำสั่ง เพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่กรณี คดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องเสร็จแล้วนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 21 ตุลาคม 2548 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัด ศาลชั้นต้นจดรายการกระบวนพิจารณาเวลา 9 นาฬิกา ว่า นัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งวันนี้ ผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งให้โจทก์ฟังแล้ว โดยมีผู้รับมอบฉันทะทนายโจทก์ลงลายมือชื่อไว้มิได้โต้แย้งทันทีว่าการอ่านคำพิพากษาดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ซึ่งต่อมาโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าคดีโจทก์มีมูลแสดงให้เห็นว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องถือว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเพิกถอนกระบวนพิจารณาอ่านคำพิพากษาดังกล่าว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1421/2548
primary_red_case_no
อ2407/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000409.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2306/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555