คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2555 ฉบับเต็ม

#521474
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2555 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายชัยวัฒน์หรือไชยวัฒน์ ขาวบริสุทธิ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 341 จำเลยกับพวกติดต่อขอซื้อรถกระบะจากผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุน จ. ในวันดังกล่าวจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ไม่ได้กรอกข้อความไว้พร้อมมอบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เสียหาย แล้วพนักงานของบริษัทเงินทุน จ. นำสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ได้กรอกรายละเอียดให้จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าซื้อไว้ จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์มาตั้งแต่ต้น การที่บริษัทเงินทุน จ. ยกเลิกการเช่าซื้อในเวลาต่อมาเนื่องจากจำเลยไม่นำรถไปตรวจสภาพ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้เสียหายส่งมอบรถกระบะแล้ว มิได้เกิดจากการหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ การที่จำเลยมิได้ชำระราคาเช่าซื้อส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา หรือชดใช้ราคา 280,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 เดือน ให้จำเลยคืนรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ ๙๖๐๒ สงขลา หรือชดใช้ราคา 280,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทำสัญญาซื้อขายรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา ของนายสมชาย ผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท โดยชำระเงินดาวน์แก่ผู้เสียหายในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือผู้เสียหายกับจำเลยตกลงกันว่าจะนำรถกระบะคันดังกล่าวไปทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด จำเลยขอรับรถในวันทำสัญญาซื้อขาย ต่อมาจำเลยไม่ยอมนำรถไปตรวจสภาพจึงไม่อาจทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้บริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้นั้น ผู้กระทำความผิดจะต้องมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับพวกติดต่อขอซื้อรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา จากผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ในวันดังกล่าวจำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ไม่ได้กรอกข้อความไว้ พร้อมมอบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เสียหาย นายสุรเชษฐ์ พนักงานของบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด นำสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ได้กรอกรายละเอียดให้จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าซื้อไว้ จากพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมิได้เจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์มาตั้งแต่ต้น การที่บริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ยกเลิกการเช่าซื้อในเวลาต่อมาเนื่องจากจำเลยไม่นำรถไปตรวจสภาพเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลังจากที่ผู้เสียหายส่งมอบรถกระบะแล้ว มิได้เกิดจากจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด การที่จำเลยมิได้ชำระราคาค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ศุภชัย สมเจริญ-กรองเกียรติ คมสัน-บุญรอด ตันประเสริฐ) ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นางวิรา ณ พิกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมศักดิ์ คุณเลิศกิจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2307/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1244/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ406/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521474
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี",
        "judge": "นางวิรา ณ พิกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสมศักดิ์ คุณเลิศกิจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987814"
    }
}
date
2555
deka_no
1429/2555
deka_running_no
1429
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ศุภชัย สมเจริญ",
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัยวัฒน์หรือไชยวัฒน์ ขาวบริสุทธิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำเลยคืนรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา หรือชดใช้ราคา 280,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 9 เดือน ให้จำเลยคืนรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ ๙๖๐๒ สงขลา หรือชดใช้ราคา 280,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยทำสัญญาซื้อขายรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา ของนายสมชาย ผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท โดยชำระเงินดาวน์แก่ผู้เสียหายในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือผู้เสียหายกับจำเลยตกลงกันว่าจะนำรถกระบะคันดังกล่าวไปทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด จำเลยขอรับรถในวันทำสัญญาซื้อขาย ต่อมาจำเลยไม่ยอมนำรถไปตรวจสภาพจึงไม่อาจทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้บริษัทผู้ให้เช่าซื้อได้

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่จะเป็นความผิดฐานฉ้อโกงได้นั้น ผู้กระทำความผิดจะต้องมีเจตนาทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายมาตั้งแต่แรก สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับพวกติดต่อขอซื้อรถกระบะ หมายเลขทะเบียน บบ 9602 สงขลา จากผู้เสียหายในราคา 430,000 บาท ชำระเงินดาวน์ในวันทำสัญญา 150,000 บาท ส่วนที่เหลือจำเลยจะทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ในวันดังกล่าวจำเลยได้ลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ไม่ได้กรอกข้อความไว้ พร้อมมอบสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการและสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้เสียหาย นายสุรเชษฐ์ พนักงานของบริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด นำสัญญาเช่าซื้อที่ยังไม่ได้กรอกรายละเอียดให้จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าซื้อไว้ จากพฤติการณ์แสดงว่าจำเลยมิได้เจตนาทุจริตหลอกลวงโจทก์มาตั้งแต่ต้น การที่บริษัทเงินทุนจีอี แคปปิตอล จำกัด ยกเลิกการเช่าซื้อในเวลาต่อมาเนื่องจากจำเลยไม่นำรถไปตรวจสภาพเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภายหลังจากที่ผู้เสียหายส่งมอบรถกระบะแล้ว มิได้เกิดจากจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด การที่จำเลยมิได้ชำระราคาค่าเช่าซื้อส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1244/2544
primary_red_case_no
อ406/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000427.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2307/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555