คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4678/2555 ฉบับเต็ม

#521476
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4678/2555 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่น โจทก์ นายไชยยาหรือไชยา คงมังคละ กับพวก โจทก์ร่วม นายอุดม เอกตาแสง จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 300, มาตรา 390 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), มาตรา 157 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 300, 390 และ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสามอุทธรณ์โดยโจทก์ร่วมทั้งสามขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ด้วย ก็เป็นการวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์เท่านั้น ไม่มีผลถึงโจทก์ร่วมทั้งสามแต่อย่างใด การที่โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 4 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสาม ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายไชยยาหรือไชยา นายประสิทธิ์ และนางอร่ามหรืออาร่าม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัสประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 (ที่ถูก เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300) โดยเรียกนายไชยยา นายประสิทธิ์ และนางอร่ามว่า โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยรองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญารักษาการแทนอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 4 ซึ่งเป็นผู้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด รับรองให้โจทก์อุทธรณ์ และศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ร่วมทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายมานั้น ไม่ถูกต้อง เพราะอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามทั้งฉบับเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ก็เป็นการวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์เท่านั้น ไม่มีผลถึงโจทก์ร่วมทั้งสามแต่อย่างใด ดังนี้ การที่โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 4 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสาม ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสาม (วิจิตร วิสุชาติ-พินิจ สายสอาด-วิทยา วีระประจักษ์) ศาลแขวงขอนแก่น - นายชัยพร ศรีโบราณ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวีระพล ตั้งสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.267/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2483/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ820/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521476
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงขอนแก่น",
        "judge": "นายชัยพร ศรีโบราณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวีระพล ตั้งสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987126"
    }
}
date
2555
deka_no
4678/2555
deka_running_no
4678
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วิจิตร วิสุชาติ",
    "พินิจ สายสอาด",
    "วิทยา วีระประจักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 300",
            "ม. 390"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 43 (4)",
            "ม. 157"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่น"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายไชยยาหรือไชยา คงมังคละ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุดม เอกตาแสง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายไชยยาหรือไชยา นายประสิทธิ์ และนางอร่ามหรืออาร่าม ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัสประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 (ที่ถูก เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300) โดยเรียกนายไชยยา นายประสิทธิ์ และนางอร่ามว่า โจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยรองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญารักษาการแทนอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 4 ซึ่งเป็นผู้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุด รับรองให้โจทก์อุทธรณ์ และศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง โจทก์ร่วมทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายมานั้น ไม่ถูกต้อง เพราะอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามทั้งฉบับเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงเป็นการไม่ชอบ แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จะวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ที่ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ก็เป็นการวินิจฉัยเฉพาะอุทธรณ์ของโจทก์เท่านั้น ไม่มีผลถึงโจทก์ร่วมทั้งสามแต่อย่างใด ดังนี้ การที่โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 4 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมทั้งสามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและสั่งรับฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสาม ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วมทั้งสาม
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2483/2546
primary_red_case_no
พ820/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000421.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.267/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555