คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9727/2555 ฉบับเต็ม

#521479
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9727/2555 พนักงานอัยการจังหวัดพล โจทก์ นายวิจิตร์ มุสิกะพันธ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง จำเลยฎีกาโดยคัดลอกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยตั้งแต่ต้นจนจบชนิดคำต่อคำ แล้วสรุปว่า แม้ ส. พ. และ บ. จะเบิกความแตกต่างจากคำให้การในชั้นสอบสวนของตนเองก็ตาม แต่บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยลำพังไม่มีน้ำหนักลงโทษจำเลยได้ โดยจำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงและเหตุผลขึ้นโต้แย้งว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ไม่ถูกต้องด้วยข้อเท็จจริงและไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไร มีข้อเท็จจริงและเหตุผลใดที่หักล้างข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้รับฟังใหม่ได้ว่า คำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์เป็นความจริงยิ่งกว่าคำให้การในชั้นสอบสวน ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ชอบด้วยบทกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 ลงโทษจำคุกมีกำหนด 10 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง วางหลักสำคัญในการฎีกาว่า ฎีกาจะต้องคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีผู้เสียหาย นายสุระ นางสุพัฒตา และนายบุญล้วนเป็นประจักษ์พยาน แต่นายสุระ นางสุพัฒตา และนายบุญล้วนเบิกความแตกต่างจากคำให้การของตนเองในชั้นสอบสวน แล้วศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวโดยแสดงข้อเท็จจริงประกอบเหตุผลสรุปว่า คำเบิกความของพยานโจทก์มีลักษณะบ่ายเบี่ยงขัดต่อเหตุผล เชื่อว่าพยานโจทก์ให้การในชั้นสอบสวนไปตามที่รู้เห็นโดยสมัครใจ ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของผู้เสียหาย ส่วนคำเบิกความในชั้นพิจารณามีลักษณะช่วยเหลือให้จำเลยพ้นผิด จึงรับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นความจริงได้ยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณา เมื่อนำไปรับฟังประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์แล้ว ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จำเลยฎีกาโดยคัดลอกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยตั้งแต่ต้นจนจบชนิดคำต่อคำ แล้วสรุปว่าแม้นายสุระ นางสุพัฒตาและนายบุญล้วนจะเบิกความแตกต่างจากคำให้การในชั้นสอบสวนของตนเองก็ตาม แต่บันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยลำพังไม่มีน้ำหนักลงโทษจำเลยได้ โดยจำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงและเหตุผลขึ้นโต้แย้งว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ ไม่ถูกต้องด้วยข้อเท็จจริงและไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไร มีข้อเท็จจริงและเหตุผลใดที่หักล้างข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้รับฟังใหม่ได้ว่า คำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์เป็นความจริงยิ่งกว่าคำให้การในชั้นสอบสวน ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ชอบด้วยบทกฎหมายข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของจำเลย (อิสสระ นิ่มละมัย-พิศล พิรุณ-สุริยง ลิ้มสถิรานันท์) ศาลจังหวัดพล - นายมนตรี โรจน์วัฒนบูลย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางศรีวิไล ธรรมดุษฎี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2949/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1199/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ837/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521479
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพล",
        "judge": "นายมนตรี โรจน์วัฒนบูลย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นางศรีวิไล ธรรมดุษฎี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985667"
    }
}
date
2555
deka_no
9727/2555
deka_running_no
9727
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อิสสระ นิ่มละมัย",
    "พิศล พิรุณ",
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 216 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิจิตร์ มุสิกะพันธ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 ลงโทษจำคุกมีกำหนด 10 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 วรรคหนึ่ง วางหลักสำคัญในการฎีกาว่า ฎีกาจะต้องคัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีผู้เสียหาย นายสุระ นางสุพัฒตา และนายบุญล้วนเป็นประจักษ์พยาน แต่นายสุระ นางสุพัฒตา และนายบุญล้วนเบิกความแตกต่างจากคำให้การของตนเองในชั้นสอบสวน แล้วศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวโดยแสดงข้อเท็จจริงประกอบเหตุผลสรุปว่า คำเบิกความของพยานโจทก์มีลักษณะบ่ายเบี่ยงขัดต่อเหตุผล เชื่อว่าพยานโจทก์ให้การในชั้นสอบสวนไปตามที่รู้เห็นโดยสมัครใจ ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของผู้เสียหาย ส่วนคำเบิกความในชั้นพิจารณามีลักษณะช่วยเหลือให้จำเลยพ้นผิด จึงรับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นความจริงได้ยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณา เมื่อนำไปรับฟังประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์แล้ว ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จำเลยฎีกาโดยคัดลอกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยตั้งแต่ต้นจนจบชนิดคำต่อคำ แล้วสรุปว่าแม้นายสุระ นางสุพัฒตาและนายบุญล้วนจะเบิกความแตกต่างจากคำให้การในชั้นสอบสวนของตนเองก็ตาม แต่บันทึกคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นเพียงพยานบอกเล่า โดยลำพังไม่มีน้ำหนักลงโทษจำเลยได้ โดยจำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงและเหตุผลขึ้นโต้แย้งว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับฟังคำให้การในชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ ไม่ถูกต้องด้วยข้อเท็จจริงและไม่ชอบด้วยเหตุผลอย่างไร มีข้อเท็จจริงและเหตุผลใดที่หักล้างข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้รับฟังใหม่ได้ว่า คำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์เป็นความจริงยิ่งกว่าคำให้การในชั้นสอบสวน ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ชอบด้วยบทกฎหมายข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1199/2549
primary_red_case_no
อ837/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000408.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2949/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555