คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6378/2555 ฉบับเต็ม

#521482
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6378/2555 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นายศักดา มัทวาธิ โจทก์ร่วม นายสุวิทย์ ทวิมังสะ จำเลย ป.อ. มาตรา 328 จำเลยเคยเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุแต่เกษียณอายุไปแล้วได้ทำหนังสือต่อว่าโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการขณะเกิดเหตุเกี่ยวกับเรื่องการประเมิน ส. ครูในโรงเรียนว่า "ลองเอาแบบประเมินครูมาประเมินโจทก์ร่วม ให้คะแนนอย่างยุติธรรมดูซิว่าครูกับตัวโจทก์ร่วมมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด โจทก์ร่วมทราบไหมว่าบางข้อเขาไม่มีหน้าที่ต้องทำและไม่ได้รับมอบหมายให้คะแนนศูนย์ มันยุติธรรมหรือไม่..." ข้อความดังกล่าวเป็นการกล่าวถึงโจทก์ร่วมว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของครูว่า ประเมินอย่างไม่ยุติธรรม ซ้ำเติมไม่มีเมตตาธรรมต่อครู ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าโจทก์ร่วมมีพฤติกรรมในทางไม่ดี น่าระอาไม่เหมาะที่จะเป็นครูผู้บริหารของโรงเรียน การประเมินดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับจำเลย และแม้จำเลยจะเคยเป็นครูผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวมาก่อนก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏว่าขณะเกิดเหตุจำเลยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของโรงเรียนแต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายศักดา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 (ที่ถูก มาตรา 328) ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ร่วมรับราชการครูตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลท่าหลวง จำเลยเคยรับราชการครูที่โรงเรียนอนุบาลท่าหลวงจนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการ จำเลยเป็นผู้จัดทำเอกสาร แล้วนำไปให้โจทก์ร่วมกับครูโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงอีกหลายคน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าข้อความใน แผ่นที่ 4 ที่มีข้อความเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานครูอัตราจ้างของโรงเรียนอนุบาลท่าหลวง เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ แผ่นที่ 4 ที่มีการระบุข้อความเกี่ยวกับการประเมินครูอัตราจ้างที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ร่วมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินว่าให้โจทก์ร่วมลองเอาแบบประเมินครูอัตราจ้างมาประเมินตนเอง ให้คะแนนอย่างยุติธรรมดูซิว่าครูอัตราจ้างที่โจทก์ร่วมประเมินกับตัวโจทก์ร่วมเองมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด โจทก์ร่วมทราบไหมว่าบางข้อเขาไม่มีหน้าที่ต้องทำและไม่ได้รับมอบหมายแล้วให้คะแนน 0 มันยุติธรรมหรือไม่..." เห็นว่า ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นการกล่าวถึงโจทก์ร่วมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายสุนทร ครูอัตราจ้างโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงอย่างไม่ยุติธรรมเป็นการซ้ำเติมนายสุนทรและไม่มีเมตตาธรรม ซึ่งข้อความดังกล่าวข้างต้นนั้นมีความหมายให้ผู้อื่นที่ได้อ่านหรือได้ฟังเกิดความรู้สึกและเข้าใจต่อตัวโจทก์ร่วมว่ามีพฤติกรรมไปในทางไม่ดีไม่เหมาะสมที่จะเป็นครูผู้บริหารของโรงเรียน น่าระอากับพฤติกรรมของโจทก์ร่วม นอกจากนี้หากแม้ว่าโจทก์ร่วมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินตามที่จำเลยกล่าวอ้างก็ตาม การประเมินในเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจำเลย เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับการประเมินจะแสดงความคิดเห็นหรือข้อความเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน แม้ทางนำสืบของจำเลยจะอ้างว่าจำเลยกระทำไปในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนท่าหลวงมาก่อนก็ตามแต่ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากทางนำสืบว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงแต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์-กรองเกียรติ คมสัน-อิสสระ นิ่มละมัย) ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวิริยะ ภูมิจำนงค์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางปดารณี ลัดพลี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3482/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ468/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1436/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521482
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลพบุรี",
        "judge": "นายวิริยะ ภูมิจำนงค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางปดารณี ลัดพลี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986563"
    }
}
date
2555
deka_no
6378/2555
deka_running_no
6378
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์",
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "อิสสระ นิ่มละมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 328"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายศักดา มัทวาธิ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุวิทย์ ทวิมังสะ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายศักดา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 (ที่ถูก มาตรา 328) ลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ร่วมรับราชการครูตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลท่าหลวง จำเลยเคยรับราชการครูที่โรงเรียนอนุบาลท่าหลวงจนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการ จำเลยเป็นผู้จัดทำเอกสาร แล้วนำไปให้โจทก์ร่วมกับครูโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงอีกหลายคน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าข้อความใน แผ่นที่ 4 ที่มีข้อความเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานครูอัตราจ้างของโรงเรียนอนุบาลท่าหลวง เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ แผ่นที่ 4 ที่มีการระบุข้อความเกี่ยวกับการประเมินครูอัตราจ้างที่จำเลยกล่าวอ้างว่าโจทก์ร่วมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินว่าให้โจทก์ร่วมลองเอาแบบประเมินครูอัตราจ้างมาประเมินตนเอง ให้คะแนนอย่างยุติธรรมดูซิว่าครูอัตราจ้างที่โจทก์ร่วมประเมินกับตัวโจทก์ร่วมเองมีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด โจทก์ร่วมทราบไหมว่าบางข้อเขาไม่มีหน้าที่ต้องทำและไม่ได้รับมอบหมายแล้วให้คะแนน 0 มันยุติธรรมหรือไม่..." เห็นว่า ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นการกล่าวถึงโจทก์ร่วมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของนายสุนทร ครูอัตราจ้างโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงอย่างไม่ยุติธรรมเป็นการซ้ำเติมนายสุนทรและไม่มีเมตตาธรรม ซึ่งข้อความดังกล่าวข้างต้นนั้นมีความหมายให้ผู้อื่นที่ได้อ่านหรือได้ฟังเกิดความรู้สึกและเข้าใจต่อตัวโจทก์ร่วมว่ามีพฤติกรรมไปในทางไม่ดีไม่เหมาะสมที่จะเป็นครูผู้บริหารของโรงเรียน น่าระอากับพฤติกรรมของโจทก์ร่วม นอกจากนี้หากแม้ว่าโจทก์ร่วมจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประเมินตามที่จำเลยกล่าวอ้างก็ตาม การประเมินในเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจำเลย เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับการประเมินจะแสดงความคิดเห็นหรือข้อความเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของตน แม้ทางนำสืบของจำเลยจะอ้างว่าจำเลยกระทำไปในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารโรงเรียนท่าหลวงมาก่อนก็ตามแต่ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจากทางนำสืบว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของโรงเรียนอนุบาลท่าหลวงแต่อย่างใด กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ร่วมตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ468/2548
primary_red_case_no
อ1436/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000416.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3482/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555