คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3129/2555 ฉบับเต็ม

#521501
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3129/2555 บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบางกอก ทาวเวอร์ส เรสซิเด้นซ์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 96, มาตรา 272 (1) ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 แม้ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 272 (1) เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กระทำการตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืน ป.อ. มาตรา 272 (1) เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้อันเป็นการบรรยายฟ้องว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ยังคงกระทำสืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 อันเป็นวันที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดในคดีนี้ ดังนั้นคดีอาญาในความผิดข้อหาดังกล่าวย่อมไม่ขาดอายุความ อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญาจึงไม่มีค่าธรรมเนียม แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาด้วย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวแก่โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ละเว้นหรือระงับการใช้ชื่อ BTS อ่านว่า บีทีเอส ของโจทก์เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในชื่อทางการค้าของจำเลยที่ 1 หรือใช้เป็นชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 หรือตรายางของบริษัทจำเลยที่ 1 รวมทั้งห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่ใช้คำว่า BTS กับสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ แผ่นพับ แผ่นโฆษณา และสื่อโฆษณาใด ๆ ทุกชนิด เพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลยทั้งสี่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 18 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งสี่ยกเลิกหรือระงับการโฆษณาในสื่อต่าง ๆ ทุกประเภทว่า ซื้อคอนโดมิเนียมของจำเลยที่ 1 แล้วสามารถขึ้นรถไฟฟ้า BTS ฟรี 2 ปี ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 43,337,620 บาท กับพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การปฏิเสธขอให้ยกฟ้องทั้งคดีส่วนแพ่งและส่วนอาญา จำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ส่งจดหมายฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2553 แจ้งให้จำเลยทั้งสี่ทราบเรื่องการกระทำความผิดอาญาตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) แสดงว่าโจทก์รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่กลับนำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 จึงเกินกว่า 3 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พิพากษายกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ให้คงรับคำฟ้องในคดีส่วนแพ่งเพื่อพิจารณาต่อไปแล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาท ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า เนื่องจากโจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนอาญาอันเกี่ยวพันกับคดีในส่วนแพ่ง ซึ่งศาลจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาให้เป็นที่ยุติเสียก่อน จึงเห็นควรให้จำหน่ายคดีในส่วนแพ่งออกเสียจากสารบบความ เมื่อคดีอาญาถึงที่สุดให้โจทก์แถลงเพื่อหยิบคดีในส่วนแพ่งขึ้นพิจารณาต่อไป โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า คดีโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กระทำการตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้อันเป็นการบรรยายฟ้องว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ยังคงกระทำสืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 อันเป็นวันที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดในคดีนี้ ดังนั้นคดีอาญาในความผิดข้อหาดังกล่าวย่อมไม่ขาดอายุความ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เพราะเหตุว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญา จึงไม่มีค่าธรรมเนียมแต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาด้วย 200 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวแก่โจทก์ พิพากษากลับ ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคดีนี้ทั้งคดีส่วนอาญาและส่วนแพ่งต่อไป คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์ (สมควร วิเชียรวรรณ-อร่าม เสนามนตรี-ไมตรี ศรีอรุณ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายธนัชพันธ์ วิสิทธวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(ป)161/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ทป98/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ทป48/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521501
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายธนัชพันธ์ วิสิทธวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987482"
    }
}
date
2555
deka_no
3129/2555
deka_running_no
3129
deka_year
2555
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "สมควร วิเชียรวรรณ",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "ไมตรี ศรีอรุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96",
            "ม. 272 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (6)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทบางกอก ทาวเวอร์ส เรสซิเด้นซ์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ละเว้นหรือระงับการใช้ชื่อ BTS อ่านว่า บีทีเอส ของโจทก์เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในชื่อทางการค้าของจำเลยที่ 1 หรือใช้เป็นชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 หรือตรายางของบริษัทจำเลยที่ 1 รวมทั้งห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่ใช้คำว่า BTS กับสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ แผ่นพับ แผ่นโฆษณา และสื่อโฆษณาใด ๆ ทุกชนิด เพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลยทั้งสี่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 18 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งสี่ยกเลิกหรือระงับการโฆษณาในสื่อต่าง ๆ ทุกประเภทว่า ซื้อคอนโดมิเนียมของจำเลยที่ 1 แล้วสามารถขึ้นรถไฟฟ้า BTS ฟรี 2 ปี ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 43,337,620 บาท กับพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1)

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การปฏิเสธขอให้ยกฟ้องทั้งคดีส่วนแพ่งและส่วนอาญา

จำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ส่งจดหมายฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2553 แจ้งให้จำเลยทั้งสี่ทราบเรื่องการกระทำความผิดอาญาตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) แสดงว่าโจทก์รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่กลับนำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 จึงเกินกว่า 3 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พิพากษายกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ให้คงรับคำฟ้องในคดีส่วนแพ่งเพื่อพิจารณาต่อไปแล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาท ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า เนื่องจากโจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนอาญาอันเกี่ยวพันกับคดีในส่วนแพ่ง ซึ่งศาลจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาให้เป็นที่ยุติเสียก่อน จึงเห็นควรให้จำหน่ายคดีในส่วนแพ่งออกเสียจากสารบบความ เมื่อคดีอาญาถึงที่สุดให้โจทก์แถลงเพื่อหยิบคดีในส่วนแพ่งขึ้นพิจารณาต่อไป

โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า คดีโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กระทำการตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้อันเป็นการบรรยายฟ้องว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ยังคงกระทำสืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 อันเป็นวันที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดในคดีนี้ ดังนั้นคดีอาญาในความผิดข้อหาดังกล่าวย่อมไม่ขาดอายุความ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เพราะเหตุว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญา จึงไม่มีค่าธรรมเนียมแต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาด้วย 200 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวแก่โจทก์

พิพากษากลับ ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคดีนี้ทั้งคดีส่วนอาญาและส่วนแพ่งต่อไป คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
ทป98/2553
primary_red_case_no
ทป48/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000424.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(ป)161/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555