คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7651/2555 ฉบับเต็ม

#521521
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7651/2555 นางวัชรี ลิ้มศรีมณีรัตน์ โจทก์ นายสุรชัย วิงเจริญ ผู้ร้อง นายวัฒนา จิ่นจันทร์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 234, มาตรา 247, มาตรา 252, มาตรา 274 ผู้ร้องทำหนังสือค้ำประกันไว้ในศาลระบุว่า ผู้ร้องขอเข้าทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันในศาล สำหรับจำเลยเพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนจนครบ และนำหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 มาวางเป็นหลักประกัน หากจำเลยไม่ชำระ ผู้ร้องยินยอมให้บังคับแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้ ย่อมใช้บังคับแก่การประกันโดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 274 แม้หนังสือค้ำประกันจะเป็นการค้ำประกันในชั้นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีข้อความระบุทำนองว่า เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนในศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยคิดถึงวันฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่ในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันเพื่อใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย และศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 จะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มาเป็นหลักประกันในชั้นนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะยกคำร้อง ก็พอถือได้ว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นนี้แล้ว ศาลฎีการับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ย่อมเท่ากับว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นฎีกาด้วย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว คดีถึงที่สุดปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนแก่โจทก์ ผู้ร้องก็ไม่อาจขอรับโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนจากศาลได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบรถตักล้อยางยี่ห้อแคตเตอร์พิลลาร์ รุ่น 916 หมายเลขตัวถัง 5 เคซี - 01570 แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 1,100,000 บาท และให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาแทน แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันฟ้อง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่วางเงินหรือหาหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โดยผู้ร้องนำโฉนดที่ดิน เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ 17 ไร่เศษ วางเป็นหลักประกันค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและทำหนังสือค้ำประกันไว้ต่อศาล ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ไม่ต้องวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและเงินต้องชำระตามคำพิพากษา ให้ยกคำร้องขอถือเอาหลักประกันในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ต้องวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษา แต่พอถือได้ว่าจำเลยวางหลักประกันในชั้นฎีกาแล้ว และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลฎีกามีคำสั่งและคดีถึงที่สุดแล้ว จึงขอรับโฉนดที่ดินเลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาคืนไปจากศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยชำระเงินและค่าเสียหายตามคำพิพากษาผู้ร้องจึงไม่อาจรับคืนหลักประกัน ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอรับหลักประกันคืนจากศาลหรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้ร้องทำหนังสือค้ำประกันไว้ในศาลและในหนังสือค้ำประกันระบุว่า ผู้ร้องขอเข้าทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันในศาลสำหรับจำเลยเพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนจนครบถ้วน และได้นำหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาวางเป็นหลักประกัน หากจำเลยไม่ชำระ ผู้ร้องยินยอมให้บังคับแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ดังนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้ ย่อมใช้บังคับแก่การประกันได้โดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 แม้หนังสือค้ำประกันจะเป็นการค้ำประกันในชั้นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีข้อความระบุทำนองว่า เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนในศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยคิดถึงวันฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่ในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันเพื่อใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 จะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มาเป็นหลักประกันในชั้นนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะยกคำร้อง แต่ก็พอถือได้ว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นนี้แล้ว ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ดังนี้ ย่อมเท่ากับว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นฎีกาด้วย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วและคดีถึงที่สุด และปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนแก่โจทก์จนครบถ้วน ผู้ร้องไม่อาจมาขอรับโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนไปจากศาลได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ปดารณี ลัดพลี -วิรุฬห์ แสงเทียน-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดบึงกาฬ - นางสาวรังสิมา ลีธชนันท์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.344/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ228/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ445/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521521
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดบึงกาฬ",
        "judge": "นางสาวรังสิมา ลีธชนันท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายพงษ์รัตน์ เครือกลิ่น"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986215"
    }
}
date
2555
deka_no
7651/2555
deka_running_no
7651
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 234",
            "ม. 247",
            "ม. 252",
            "ม. 274"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวัชรี ลิ้มศรีมณีรัตน์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุรชัย วิงเจริญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัฒนา จิ่นจันทร์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบรถตักล้อยางยี่ห้อแคตเตอร์พิลลาร์ รุ่น 916 หมายเลขตัวถัง 5 เคซี - 01570 แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยหากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 1,100,000 บาท และให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาแทน แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันฟ้อง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่ง ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่วางเงินหรือหาหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โดยผู้ร้องนำโฉนดที่ดิน เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ 17 ไร่เศษ วางเป็นหลักประกันค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและทำหนังสือค้ำประกันไว้ต่อศาล

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ไม่ต้องวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและเงินต้องชำระตามคำพิพากษา ให้ยกคำร้องขอถือเอาหลักประกันในชั้นอุทธรณ์เป็นหลักประกันในชั้นฎีกา

ศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 ต้องวางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนและเงินที่ต้องชำระตามคำพิพากษา แต่พอถือได้ว่าจำเลยวางหลักประกันในชั้นฎีกาแล้ว และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ศาลฎีกามีคำสั่งและคดีถึงที่สุดแล้ว จึงขอรับโฉนดที่ดินเลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาคืนไปจากศาล

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏว่าจำเลยชำระเงินและค่าเสียหายตามคำพิพากษาผู้ร้องจึงไม่อาจรับคืนหลักประกัน ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอรับหลักประกันคืนจากศาลหรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้ร้องทำหนังสือค้ำประกันไว้ในศาลและในหนังสือค้ำประกันระบุว่า ผู้ร้องขอเข้าทำสัญญาเป็นผู้ค้ำประกันในศาลสำหรับจำเลยเพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนจนครบถ้วน และได้นำหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) เลขที่ 2669 เลขที่ดิน 28 ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาวางเป็นหลักประกัน หากจำเลยไม่ชำระ ผู้ร้องยินยอมให้บังคับแก่ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ดังนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนี้ ย่อมใช้บังคับแก่การประกันได้โดยไม่ต้องฟ้องผู้ค้ำประกันขึ้นใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 แม้หนังสือค้ำประกันจะเป็นการค้ำประกันในชั้นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และมีข้อความระบุทำนองว่า เพื่อชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนในศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยคิดถึงวันฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 แต่ในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอถือเอาหลักประกันเพื่อใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยและศาลฎีกามีคำสั่งว่า การยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 จะต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ถือเอาหลักประกันในชั้นยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์มาเป็นหลักประกันในชั้นนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะยกคำร้อง แต่ก็พอถือได้ว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นนี้แล้ว ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลย ดังนี้ ย่อมเท่ากับว่าจำเลยได้วางหลักประกันในชั้นฎีกาด้วย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วและคดีถึงที่สุด และปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนแก่โจทก์จนครบถ้วน ผู้ร้องไม่อาจมาขอรับโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนไปจากศาลได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ228/2548
primary_red_case_no
พ445/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000413.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.344/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555