คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2555 ฉบับเต็ม

#521545
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1388/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นายสุภัทร สุวรรณรัตน์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 144 ป.อ. มาตรา 3 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ โดยอ้างว่าได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดโทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2522 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ขอให้นำกฎหมายดังกล่าวมาบังคับตาม ป.อ. มาตรา 3 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด จำเลยที่ 1 มายื่นคำร้องครั้งใหม่โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกันในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยชี้ขาดและถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 65 วรรคสอง, 66 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ข้อหาร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกรรมเดียวกับข้อหาร่วมกันผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษข้อหาร่วมกันผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง จำคุก 9 เดือน ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2540 วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน จึงต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ขอให้ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ และกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ด้วย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่โดยอ้างเหตุเดิม ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้มีคำวินิจฉัยโดยละเอียดแล้วว่า โทษที่กำหนดตามคำพิพากษาไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง จึงไม่อาจใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2551 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ โดยอ้างว่าได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ขอให้นำกฎหมายดังกล่าวมาบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดจำเลยที่ 1 มายื่นคำร้องครั้งใหม่โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกันกับในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9ได้วินิจฉัยชี้ขาดและถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-สมสันต์ ศุภศาสตรสิน) ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวกอบพร พัฒนอมร ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมบูรณ์ วัฒนพรมงคล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3349/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1989/2537 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2655/2538 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
521545
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสงขลา",
        "judge": "นางสาวกอบพร พัฒนอมร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสมบูรณ์ วัฒนพรมงคล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987818"
    }
}
date
2555
deka_no
1388/2555
deka_running_no
1388
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "สมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 144"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 19"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 65"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุภัทร สุวรรณรัตน์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 65 วรรคสอง, 66 วรรคสองประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ข้อหาร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นกรรมเดียวกับข้อหาร่วมกันผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษข้อหาร่วมกันผลิตเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง จำคุก 9 เดือน ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2540 วันที่ 29 กรกฎาคม 2553 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน จึงต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ขอให้ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ และกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ด้วย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่โดยอ้างเหตุเดิม ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้มีคำวินิจฉัยโดยละเอียดแล้วว่า โทษที่กำหนดตามคำพิพากษาไม่หนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง จึงไม่อาจใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2551 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลกำหนดโทษใหม่ โดยอ้างว่าได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และให้ใช้ความใหม่แทน ซึ่งเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ขอให้นำกฎหมายดังกล่าวมาบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน คดีถึงที่สุดจำเลยที่ 1 มายื่นคำร้องครั้งใหม่โดยอ้างเหตุอย่างเดียวกันกับในประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9ได้วินิจฉัยชี้ขาดและถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1989/2537
primary_red_case_no
อ2655/2538
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000427.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3349/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555