คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4203/2555 ฉบับเต็ม

#525496
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4203/2555 นายเอี่ยมฮุย ไพโรจน์กิจถาวร โดยนายวีระ ไพโรจน์กิจถาวร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นางอัจฉรา สีดาสลุงหรือรุ่งเรือง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 705 โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการจดจำนองที่ดินพิพาทและลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจเป็นลายมือชื่อปลอม ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจที่เป็นเอกสารและโฉนดที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ถูกลักไปไปจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท จึงเป็นการกระทำไปโดยไม่มีอำนาจ ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 705 การจำนองดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแต่อย่างใดแม้จำเลยที่ 2 จะรับจำนองที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตามก็ไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างยันแก่โจทก์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดจำนองที่ดินดังกล่าว และขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 136552 ตำบลท่าแร้ง (หลุมไผ่) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร คืนโจทก์กับร่วมกันชำระเงินจำนวน 400,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นให้การ จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 136552 ตำบลท่าแร้ง (หลุมไผ่) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่ได้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 และให้จำเลยที่ 2 คืนโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรม นายวีระ ผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 136552 ตำบลท่าแร้ง (หลุมไผ่) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจที่มีลายมือชื่อโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 กู้จากจำเลยที่ 2 ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ครบกำหนดชำระหนี้และไถ่ถอนจำนอง จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้และไม่ไถ่ถอนจำนอง ต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกพนักงานอัยการฟ้องในข้อหาลักทรัพย์โฉนดที่ดินเลขที่ 136552 ของโจทก์ไป จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี และให้คืนโฉนดที่ดินพิพาทแก่โจทก์หรือใช้ราคา ตามสำเนาคำพิพากษา จำเลยที่ 2 ยังคงยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้อ้างว่ารับจำนองไว้โดยสุจริต ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกมีว่า ลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจ เป็นลายมือชื่อปลอมหรือไม่ โจทก์เบิกความว่าการที่จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจที่เป็นเอกสารปลอมและโฉนดที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ถูกลักไปไปจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท จึงเป็นการกระทำไปโดยไม่มีอำนาจ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705 การจำนองดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 2 จะรับจำนองที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตามก็ไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างยันแก่โจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเมื่อวินิจฉัยดังนี้ ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2 รับจำนองที่ดินพิพาทโดยสุจริตหรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์-ไชยยงค์ คงจันทร์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์) ศาลแพ่ง - นายสมอาจ พิมพ์โพธิ์ ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.447/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ309/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ6219/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
525496
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสมอาจ พิมพ์โพธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987261"
    }
}
date
2555
deka_no
4203/2555
deka_running_no
4203
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์",
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 705"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายเอี่ยมฮุย ไพโรจน์กิจถาวร"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โดยนายวีระ ไพโรจน์กิจถาวร ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอัจฉรา สีดาสลุงหรือรุ่งเรือง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดจำนองที่ดินดังกล่าว และขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 136552 ตำบลท่าแร้ง (หลุมไผ่) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร คืนโจทก์กับร่วมกันชำระเงินจำนวน 400,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นให้การ

จำเลยที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 136552 ตำบลท่าแร้ง (หลุมไผ่) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร ที่ได้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 และให้จำเลยที่ 2 คืนโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรม นายวีระ ผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 136552 ตำบลท่าแร้ง (หลุมไผ่) อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542 จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจที่มีลายมือชื่อโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 กู้จากจำเลยที่ 2 ตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน ครบกำหนดชำระหนี้และไถ่ถอนจำนอง จำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้และไม่ไถ่ถอนจำนอง ต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกพนักงานอัยการฟ้องในข้อหาลักทรัพย์โฉนดที่ดินเลขที่ 136552 ของโจทก์ไป จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี และให้คืนโฉนดที่ดินพิพาทแก่โจทก์หรือใช้ราคา ตามสำเนาคำพิพากษา จำเลยที่ 2 ยังคงยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้อ้างว่ารับจำนองไว้โดยสุจริต

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ประการแรกมีว่า ลายมือชื่อโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจ เป็นลายมือชื่อปลอมหรือไม่ โจทก์เบิกความว่าการที่จำเลยที่ 1 นำหนังสือมอบอำนาจที่เป็นเอกสารปลอมและโฉนดที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ถูกลักไปไปจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาท จึงเป็นการกระทำไปโดยไม่มีอำนาจ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705 การจำนองดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 2 จะรับจำนองที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตามก็ไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างยันแก่โจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย และเมื่อวินิจฉัยดังนี้ ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2 รับจำนองที่ดินพิพาทโดยสุจริตหรือไม่จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ309/2544
primary_red_case_no
พ6219/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000422.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.447/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555