คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9162/2555 ฉบับเต็ม

#525498
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9162/2555 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ บริษัทประพนธ์เจริญรุ่งเรือง จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.พ.พ. มาตรา 227, มาตรา 420, มาตรา 887 การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายหรือไม่ ก็มีความหมายเพียงว่าลูกจ้าง หรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ได้ตรวจดูบัตรจอดรถที่ออกให้แก่ ช. ซึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันนั้นไปเท่านั้น มิได้มีความหมายรวมถึงเหตุที่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหาย เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ที่ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถที่โจทก์มิได้อ้างเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามฟ้องแต่อย่างใดไม่ และแม้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจะมีการสืบพยานกล่าวอ้างถึงเหตุดังกล่าวก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อพิพาทอันเป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์นั้นเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างคนละเหตุกับคำฟ้องของโจทก์ จึงถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ลว 7811 กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์ หรือร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ นอกจากนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยทั้งสองดังกล่าวคงมีประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า ลูกจ้างของจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยการไม่ตรวจดูบัตรจอดรถเป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไปหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องเหตุที่รถยนต์คันดังกล่าวสูญหายเพราะจำเลยที่ 2 ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถแต่อย่างใด แม้โจทก์จะฎีกาอ้างว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นนายจ้างหรือตัวการจ้าง วาน ใช้หรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสองให้มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน ตลอดทั้งหน้าที่ตรวจตราดูแลรถยนต์ที่เข้าออกภายในห้างสรรพสินค้าตะวันออกคอมเพล็กซ์ เพื่อมิให้ทรัพย์สินหรือรถยนต์ของผู้ที่มาซื้อสินค้าในห้างดังกล่าวต้องสูญหาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนจำเลยทั้งสอง ก็เป็นเพียงการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบทั่วไปของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ส่วนการที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายหรือไม่ ก็มีความหมายเพียงว่าลูกจ้าง หรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ได้ตรวจดูบัตรจอดรถที่ออกให้แก่นายชำนาญซึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันนั้นไปเท่านั้น มิได้มีความหมายรวมถึงเหตุที่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหาย เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ที่ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถที่โจทก์มิได้อ้างเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามฟ้องแต่อย่างใดไม่ และแม้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจะมีการสืบพยานกล่าวอ้างถึงเหตุดังกล่าวก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อพิพาทอันเป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์นั้นเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างคนละเหตุกับคำฟ้องของโจทก์ จึงถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมา แล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์และพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก็ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ปรากฏว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ 410,000 บาท แต่โจทก์ฎีกาเพียงว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่เท่านั้น อันเป็นฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 (ก) ท้ายประมวลกฎหมายฺวิธีพิจารณาความแพ่ง (เดิม) จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์ พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระพล ตั้งสุวรรณ-สุนทร ทรงฤกษ์-วันทนี กีรติพิบูล) ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายประเสริฐ ตั้งสถาพรพันธ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.706/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1010/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1896/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
525498
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา",
        "judge": "นายประเสริฐ ตั้งสถาพรพันธ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายชูศักดิ์ ทองวิทูโกมาลย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985782"
    }
}
date
2555
deka_no
9162/2555
deka_running_no
9162
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ",
    "สุนทร ทรงฤกษ์",
    "วันทนี กีรติพิบูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 227",
            "ม. 420",
            "ม. 887"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทประพนธ์เจริญรุ่งเรือง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันคืนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ลว 7811 กรุงเทพมหานคร แก่โจทก์ หรือร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 400,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ นอกจากนี้ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยทั้งสองดังกล่าวคงมีประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า ลูกจ้างของจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยการไม่ตรวจดูบัตรจอดรถเป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไปหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเรื่องเหตุที่รถยนต์คันดังกล่าวสูญหายเพราะจำเลยที่ 2 ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถแต่อย่างใด แม้โจทก์จะฎีกาอ้างว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองร่วมกันเป็นนายจ้างหรือตัวการจ้าง วาน ใช้หรือมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสองให้มีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สิน ตลอดทั้งหน้าที่ตรวจตราดูแลรถยนต์ที่เข้าออกภายในห้างสรรพสินค้าตะวันออกคอมเพล็กซ์ เพื่อมิให้ทรัพย์สินหรือรถยนต์ของผู้ที่มาซื้อสินค้าในห้างดังกล่าวต้องสูญหาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนจำเลยทั้งสอง ก็เป็นเพียงการบรรยายฟ้องให้เห็นถึงหน้าที่ความรับผิดชอบทั่วไปของจำเลยทั้งสองเท่านั้น ส่วนการที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหายหรือไม่ ก็มีความหมายเพียงว่าลูกจ้าง หรือตัวแทนของจำเลยทั้งสองกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ได้ตรวจดูบัตรจอดรถที่ออกให้แก่นายชำนาญซึ่งขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้าไปจอดบริเวณที่จอดรถของห้างสรรพสินค้า เป็นเหตุให้คนร้ายลักรถยนต์คันนั้นไปเท่านั้น มิได้มีความหมายรวมถึงเหตุที่รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยสูญหาย เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 ที่ไม่จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินตรวจบริเวณลานจอดรถที่โจทก์มิได้อ้างเป็นเหตุให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามฟ้องแต่อย่างใดไม่ และแม้ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นจะมีการสืบพยานกล่าวอ้างถึงเหตุดังกล่าวก็เป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อพิพาทอันเป็นการไม่ชอบ เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์นั้นเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างคนละเหตุกับคำฟ้องของโจทก์ จึงถือว่าเป็นอุทธรณ์ในข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมา แล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์และพิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก็ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ปรากฏว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาตามทุนทรัพย์ 410,000 บาท แต่โจทก์ฎีกาเพียงว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ชอบหรือไม่เท่านั้น อันเป็นฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ตามตาราง 1 ข้อ 2 (ก) ท้ายประมวลกฎหมายฺวิธีพิจารณาความแพ่ง (เดิม) จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท แก่โจทก์ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1010/2546
primary_red_case_no
อ1896/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000409.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.706/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555