คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7332/2555 ฉบับเต็ม

#525507
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7332/2555 นางสาวภัสรา ไกรสิทธิศิริกุล โจทก์ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 863 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พฤติการณ์ที่โจทก์ซื้อรถยนต์จากบริษัทผู้ขายรถยนต์ซึ่งได้ทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยผู้รับประกันภัยก่อนโจทก์ชำระราคารถยนต์ โดยมีตัวแทนจำหน่ายของบริษัทผู้ขายรถเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัย และระบุชื่อโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยเพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงในการซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์กับบริษัทผู้ขายรถยนต์ จำเลยย่อมทราบดีว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลยตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย จึงมีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,243,324 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,840,556 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,840,556 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยรับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ฉ 6747 กรุงเทพมหานคร (ป้ายแดง) ซึ่งต่อมาได้รับหมายเลขทะเบียน พห 3355 กรุงเทพมหานคร ระยะเวลาประกันภัย 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2540 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2541 ซึ่งระบุว่าโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2541 ระหว่างอายุสัญญาประกันภัย รถยนต์คันดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน พห 8612 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย โจทก์ชำระค่าซ่อมแซมรถยนต์จำนวน 2,840,556 บาท ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2541 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย เห็นว่า ตามตารางกรมธรรม์ระบุว่าทำเอกสารวันที่ 18 มิถุนายน 2540 และมีการชำระเบี้ยประกันในวันดังกล่าว แม้โจทก์ชำระราคารถยนต์คันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังวันทำสัญญาประกันภัย แต่ก็ได้ความจากนายศักดาตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด มีการแถมประกันภัยชั้น 1 ให้ ผู้ชำระเบี้ยประกันคือนายมนต์ชัย ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ตามพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อว่า ขณะที่โจทก์ซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ได้มีการทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยผู้รับประกันภัยก่อนแล้วโดยนายมนต์ชัยตัวแทนจำหน่ายของบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด และได้ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงในการซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์กับบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด และนายมนต์ชัยเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ซึ่งขณะนั้นจำเลยย่อมทราบดีว่านายมนต์ชัยตัวแทนจำหน่ายของบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ได้ทำสัญญาประกันภัยดังกล่าวแทนโจทก์ และจำเลยผู้รับประกันภัยยอมผูกพันต่อโจทก์โดยจำเลยระบุชื่อโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งภายหลังเกิดเหตุเมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทน จำเลยคงปฏิเสธเพียงว่า นายวิสุทธิ์ ผู้ขับรถยนต์ในขณะเกิดเหตุไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ กรณีเป็นการผิดเงื่อนไข ข้อ 3.9.2 ตามตารางกรมธรรม์ จำเลยจึงไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้ โดยจำเลยมิได้ปฏิเสธว่า ขณะทำสัญญาประกันภัยโจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และมิได้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยทราบแล้วว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในปัญหานี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ธีระพงศ์ จิระภาค-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลแพ่ง - นายสุรพงษ์ ชิดเชื้อ ศาลอุทธรณ์ - นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.222/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ356/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ5635/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
525507
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสุรพงษ์ ชิดเชื้อ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชาญวิทย์ รักษ์กุลชน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986323"
    }
}
date
2555
deka_no
7332/2555
deka_running_no
7332
deka_year
2555
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "ธีระพงศ์ จิระภาค",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 863"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวภัสรา ไกรสิทธิศิริกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,243,324 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,840,556 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,840,556 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กันยายน 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยรับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ฉ 6747 กรุงเทพมหานคร (ป้ายแดง) ซึ่งต่อมาได้รับหมายเลขทะเบียน พห 3355 กรุงเทพมหานคร ระยะเวลาประกันภัย 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2540 ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2541 ซึ่งระบุว่าโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2541 ระหว่างอายุสัญญาประกันภัย รถยนต์คันดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์หมายเลขทะเบียน พห 8612 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหาย โจทก์ชำระค่าซ่อมแซมรถยนต์จำนวน 2,840,556 บาท ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2541

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย เห็นว่า ตามตารางกรมธรรม์ระบุว่าทำเอกสารวันที่ 18 มิถุนายน 2540 และมีการชำระเบี้ยประกันในวันดังกล่าว แม้โจทก์ชำระราคารถยนต์คันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังวันทำสัญญาประกันภัย แต่ก็ได้ความจากนายศักดาตอบทนายจำเลยถามค้านว่า โจทก์ซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด มีการแถมประกันภัยชั้น 1 ให้ ผู้ชำระเบี้ยประกันคือนายมนต์ชัย ตัวแทนจำหน่ายของบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ตามพยานหลักฐานดังกล่าวเชื่อว่า ขณะที่โจทก์ซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ได้มีการทำสัญญาประกันภัยกับจำเลยผู้รับประกันภัยก่อนแล้วโดยนายมนต์ชัยตัวแทนจำหน่ายของบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด และได้ระบุชื่อโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงในการซื้อขายรถยนต์ระหว่างโจทก์กับบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด และนายมนต์ชัยเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ซึ่งขณะนั้นจำเลยย่อมทราบดีว่านายมนต์ชัยตัวแทนจำหน่ายของบริษัทวิวมอเตอร์สปอร์ต จำกัด ได้ทำสัญญาประกันภัยดังกล่าวแทนโจทก์ และจำเลยผู้รับประกันภัยยอมผูกพันต่อโจทก์โดยจำเลยระบุชื่อโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ทั้งภายหลังเกิดเหตุเมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระค่าสินไหมทดแทน จำเลยคงปฏิเสธเพียงว่า นายวิสุทธิ์ ผู้ขับรถยนต์ในขณะเกิดเหตุไม่เคยได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ กรณีเป็นการผิดเงื่อนไข ข้อ 3.9.2 ตามตารางกรมธรรม์ จำเลยจึงไม่สามารถรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้ โดยจำเลยมิได้ปฏิเสธว่า ขณะทำสัญญาประกันภัยโจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์และมิได้มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยทราบแล้วว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในปัญหานี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ356/2542
primary_red_case_no
พ5635/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000414.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.222/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555