คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3665/2555 ฉบับเต็ม

#525535
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3665/2555 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายเจษฎา จิตต์ดำรง จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4, มาตรา 19 ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (5), มาตรา 4, มาตรา 26, มาตรา 27 บันทึกการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์เป็นเพียงหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาเพื่อความสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น หาใช่การฟ้องคดีด้วยวาจาไม่ การฟ้องด้วยวาจาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์แจ้งต่อศาลถึงชื่อโจทก์ ชื่อ ที่อยู่และสัญชาติของจำเลย ฐานความผิด การกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดและอื่น ๆ อีกหลายประการ การที่บันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพและคำพิพากษาในคดีนี้ระบุว่าจำเลยกระทำความผิดฐานจัดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ ถือว่าโจทก์แจ้งต่อศาลถึงฐานความผิดและการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดแล้ว โจทก์ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ศาล เมื่อบันทึกของศาลระบุว่าจำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แสดงว่าโจทก์ประสงค์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวเพียงสถานเดียว ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดซึ่งไม่ได้กล่าวในบันทึกคำฟ้องของศาลได้ แม้ศาลชั้นต้นจะลงโทษจำเลยในฐานความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนกฎหมายอีกฐานหนึ่งก็เป็นการพิพากษาเกินจากที่โจทก์ได้กล่าวในบันทึกคำฟ้องของศาลต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 4 มิใช่ศาลชั้นต้นปรับบทผิดตามที่โจทก์ฎีกา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3, 4, 26, 27 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (5), 4, 26, 27 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท ฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาทฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ปรับ 5,000 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษจำเลยฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์ได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 2 กระทง แต่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษผิด และการที่บันทึกคำฟ้องของศาลชั้นต้นระบุว่า จำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงฐานเดียว เห็นได้ชัดว่า เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นบันทึกคำฟ้องไม่ครบถ้วนตามบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์เท่านั้น ซึ่งเป็นความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่าโจทก์ประสงค์จะฟ้องจำเลยในความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงฐานเดียวนั้น เห็นว่า แม้บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2553 ระบุว่าจำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม แต่บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาและเป็นความสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น หาใช่ฟ้องด้วยวาจาตามกฎหมายไม่ การฟ้องด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์แจ้งต่อศาลถึงชื่อโจทก์ ชื่อ ที่อยู่และสัญชาติของจำเลย ฐานความผิด การกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดและอื่น ๆ อีกหลายประการ การที่บันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และคำพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 20 ฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2553 ระบุว่า จำเลยกระทำความผิดฐานจัดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ ถือว่าโจทก์แจ้งต่อศาลถึงฐานความผิดและการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดแล้ว โจทก์ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ศาล เมื่อบันทึกคำฟ้องของศาลระบุว่าจำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แสดงว่าโจทก์ประสงค์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวเพียงสถานเดียว ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดซึ่งไม่ได้กล่าวไว้ในบันทึกคำฟ้องของศาลได้ แม้ศาลชั้นต้นจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอีกฐานหนึ่งก็เป็นการพิพากษาเกินจากที่โจทก์ได้กล่าวในบันทึกคำฟ้องของศาลต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4กรณีมิใช่ศาลชั้นต้นปรับบทผิดดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อภิรัตน์ ลัดพลี-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ธงชัย เสนามนตรี) ศาลจังหวัดภูเก็ต - นางสาวอรณี ชาญศักดิ์วานิช ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายรังสรรค์ กุลาเลิศ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5173/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1053/2553 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1023/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
525535
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเก็ต",
        "judge": "นางสาวอรณี ชาญศักดิ์วานิช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายรังสรรค์ กุลาเลิศ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987371"
    }
}
date
2555
deka_no
3665/2555
deka_running_no
3665
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ธงชัย เสนามนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 19"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509",
        "sections": [
            "ม. 3 (5)",
            "ม. 4",
            "ม. 26",
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเจษฎา จิตต์ดำรง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3, 4, 26, 27

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (5), 4, 26, 27 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท ฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาทฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ปรับ 5,000 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 15,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษจำเลยฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์ได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย 2 กระทง แต่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษผิด และการที่บันทึกคำฟ้องของศาลชั้นต้นระบุว่า จำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงฐานเดียว เห็นได้ชัดว่า เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ของศาลชั้นต้นบันทึกคำฟ้องไม่ครบถ้วนตามบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์เท่านั้น ซึ่งเป็นความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้หมายความว่าโจทก์ประสงค์จะฟ้องจำเลยในความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตเพียงฐานเดียวนั้น เห็นว่า แม้บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของโจทก์ ฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2553 ระบุว่าจำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ตาม แต่บันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาดังกล่าวเป็นเพียงหลักฐานการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาและเป็นความสะดวกที่ศาลจะบันทึกการฟ้องด้วยวาจาลงในแบบพิมพ์ของศาลได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น หาใช่ฟ้องด้วยวาจาตามกฎหมายไม่ การฟ้องด้วยวาจาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์แจ้งต่อศาลถึงชื่อโจทก์ ชื่อ ที่อยู่และสัญชาติของจำเลย ฐานความผิด การกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดและอื่น ๆ อีกหลายประการ การที่บันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ และคำพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 20 ฉบับลงวันที่ 20 มีนาคม 2553 ระบุว่า จำเลยกระทำความผิดฐานจัดตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและโจทก์ลงลายมือชื่อไว้ ถือว่าโจทก์แจ้งต่อศาลถึงฐานความผิดและการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดแล้ว โจทก์ไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ศาล เมื่อบันทึกคำฟ้องของศาลระบุว่าจำเลยกระทำความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต แสดงว่าโจทก์ประสงค์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานดังกล่าวเพียงสถานเดียว ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดซึ่งไม่ได้กล่าวไว้ในบันทึกคำฟ้องของศาลได้ แม้ศาลชั้นต้นจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานตั้งสถานบริการโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายอีกฐานหนึ่งก็เป็นการพิพากษาเกินจากที่โจทก์ได้กล่าวในบันทึกคำฟ้องของศาลต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4กรณีมิใช่ศาลชั้นต้นปรับบทผิดดังที่โจทก์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1053/2553
primary_red_case_no
อ1023/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000423.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5173/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555