คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15831/2555 ฉบับเต็ม

#525539
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15831/2555 พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายประธาน ศรีอุราม โจทก์ร่วม นายธงไชย รัตนทรัพย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 43 ป.วิ.พ. มาตรา 141 (5), มาตรา 256, มาตรา 247 โจทก์บรรยายฟ้องว่ารถยนต์กะบะราคา 840,000 บาท ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ รถยนต์คันนี้โจทก์ร่วมชำระเงินดาวน์และเงินผ่อนไป 196,000 บาท ปัจจุบันบริษัทประกันภัยจ่ายเงินให้แก่บริษัทไฟแนนซ์ไปแล้ว ดังนี้ โจทก์ร่วมมีสิทธิเรียกร้องราคารถยนต์ที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 จำนวน 196,000 บาท ไม่ใช่ 840,000 บาท มิฉะนั้นโจทก์ร่วมย่อมได้กำไรเกินกว่าราคาที่สูญเสียไป และจำเลยทั้งสามอาจต้องชำระราคารถยนต์ซ้ำซ้อนในกรณีบริษัทประกันภัยใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องคดีแพ่ง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 888,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำเลยทั้งสามให้การปฎิเสธ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก อนุญาตเฉพาะข้อหาปล้นทรัพย์) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุกคนละ 21 ปี ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 888,000 บาท แก่โจทก์ร่วม ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ารถยนต์กระบะราคา 840,000 บาท ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ทั้งหมดเป็นเงิน 888,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวมเป็นเงิน 888,000 บาท แก่โจทก์ร่วม และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนนั้น เห็นว่า นางสาวนันทา น้องโจทก์ร่วมเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านว่า รถยนต์คันนี้ซื้อมาด้วยเงินดาวน์ประมาณ 160,000 บาท และโจทก์ร่วมตอบทนายจำเลยที่ 2 ถามค้านว่า โจทก์ร่วมผ่อนกับบริษัทไฟแนนซ์เดือนละ 12,000 บาท ซื้อมาได้เพียง 3 เดือน ปัจจุบันบริษัทประกันภัยจ่ายเงินให้แก่บริษัทไฟแนนซ์ไปแล้ว ดังนี้ เท่ากับโจทก์ร่วมชำระเงินค่ารถยนต์ไป 196,000 บาท โจทก์ร่วมมีสิทธิที่จะเรียกร้องราคารถยนต์ที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 จำนวน 196,000 บาท ไม่ใช่ 840,000 บาท เพราะมิฉะนั้นโจทก์ร่วมย่อมได้กำไรเกินกว่าราคาที่สูญเสียไปซึ่งไม่ถูกต้องและจำเลยทั้งสามอาจต้องชำระราคารถยนต์ซ้ำซ้อนในกรณีบริษัทประกันภัยใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องคดีแพ่ง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 244,000 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 (สุรพันธุ์ ละอองมณี-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-สมสันต์ ศุภศาสตรสิน) ศาลจังหวัดระยอง - นายศิริพันธุ์ ชมพูวัฒนา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุนันท์ เลขบวรวงค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5544/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1991/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ585/2553 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
525539
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นายศิริพันธุ์ ชมพูวัฒนา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสุนันท์ เลขบวรวงค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983856"
    }
}
date
2555
deka_no
15831/2555
deka_running_no
15831
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "สมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 43"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 141 (5)",
            "ม. 256",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดระยอง"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายประธาน ศรีอุราม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธงไชย รัตนทรัพย์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 888,000 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1

จำเลยทั้งสามให้การปฎิเสธ

ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก อนุญาตเฉพาะข้อหาปล้นทรัพย์)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 83 จำคุกคนละ 21 ปี ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 888,000 บาท แก่โจทก์ร่วม ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่ารถยนต์กระบะราคา 840,000 บาท ขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ทั้งหมดเป็นเงิน 888,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์รวมเป็นเงิน 888,000 บาท แก่โจทก์ร่วม และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนนั้น เห็นว่า นางสาวนันทา น้องโจทก์ร่วมเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านว่า รถยนต์คันนี้ซื้อมาด้วยเงินดาวน์ประมาณ 160,000 บาท และโจทก์ร่วมตอบทนายจำเลยที่ 2 ถามค้านว่า โจทก์ร่วมผ่อนกับบริษัทไฟแนนซ์เดือนละ 12,000 บาท ซื้อมาได้เพียง 3 เดือน ปัจจุบันบริษัทประกันภัยจ่ายเงินให้แก่บริษัทไฟแนนซ์ไปแล้ว ดังนี้ เท่ากับโจทก์ร่วมชำระเงินค่ารถยนต์ไป 196,000 บาท โจทก์ร่วมมีสิทธิที่จะเรียกร้องราคารถยนต์ที่สูญเสียไปเนื่องจากการกระทำผิดคืนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 จำนวน 196,000 บาท ไม่ใช่ 840,000 บาท เพราะมิฉะนั้นโจทก์ร่วมย่อมได้กำไรเกินกว่าราคาที่สูญเสียไปซึ่งไม่ถูกต้องและจำเลยทั้งสามอาจต้องชำระราคารถยนต์ซ้ำซ้อนในกรณีบริษัทประกันภัยใช้สิทธิไล่เบี้ยฟ้องคดีแพ่ง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 244,000 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1991/2548
primary_red_case_no
อ585/2553
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000392.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5544/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555