คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6560/2555 ฉบับเต็ม

#526738
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6560/2555 บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายหนูหล่ำ คำไล้ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง โจทก์ยื่นฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 ต่อศาลชั้นต้น สืบเนื่องจากโจทก์ได้รับแจ้งหมายเลขทะเบียนรถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดผิดพลาดจากพนักงานสอบสวน กรณีจึงยังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ได้ทราบเหตุละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้สินไหมทดแทนตั้งแต่วันเกิดเหตุ ต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 ป. ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้รับแจ้งว่าพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับคนขับรถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดแล้ว จึงทราบว่ารถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดที่แท้จริงคือ หมายเลขทะเบียน 11-9221 กรุงเทพมหานคร กรณีจึงถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 อายุความทางละเมิดจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 ต่อศาลชั้นต้นมาก่อน เป็นการเรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะเป็นตัวการผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทาง โดยรับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคนละคันกับคดีนี้เข้าร่วมในการประกอบกิจการและได้รับประโยชน์จากรถโดยสารคันดังกล่าว หาได้เรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดเกี่ยวกับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-9221 กรุงเทพมหานคร ในคดีนี้แต่อย่างใด กรณีไม่อาจถือได้ว่าโจทก์รู้ตัวจำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาไม่ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2550 ยังไม่เกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 25,615.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 19,704.26 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 25,615.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 19,704.26 บาท นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด กรณีจึงต้องนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดประการหนึ่งและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนอีกประการหนึ่งประกอบกันเป็นวันใด และพ้นหนึ่งปีนับแต่วันดังกล่าว คดีจึงจะขาดอายุความตามบทบัญญัติดังกล่าว ก่อนคดีนี้ที่โจทก์ยื่นฟ้องนางพยอม เจ้าของกรรมสิทธิ์รถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร กับจำเลยที่ 2 และบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ต่อศาลชั้นต้น ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 เพื่อให้รับผิดในเหตุละเมิด โดยเข้าใจว่าคนขับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ก่อเหตุละเมิดขับรถชนเสาโทรศัพท์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย สืบเนื่องจากนายกิตติพิชญ์ พนักงานของโจทก์ไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุ โดยนายกิตติพิชญ์ได้บันทึกหมายเลขทะเบียนรถไว้ในใบแจ้งเหตุเสียหายและไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จึงเป็นการรับทราบข้อมูลเบื้องต้นของนายกิตติพิชญ์จากพนักงานสอบสวนเท่านั้น โดยจำเลยที่ 2 ไม่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าการที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 ต่อศาลชั้นต้น สืบเนื่องจากโจทก์ได้รับแจ้งหมายเลขทะเบียนรถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดผิดพลาดจากพนักงานสอบสวน หาใช่เกิดเพราะความผิดพลาดของนายกิตติพิชญ์พนักงานโจทก์ กรณีจึงยังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ได้ทราบเหตุละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้สินไหมทดแทนตั้งแต่วันเกิดเหตุหรือนับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์มอบอำนาจให้นายกิตติพิชญ์ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ครั้นเมื่อต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 นายปกรณ์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้รับแจ้งว่าพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับคนขับรถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดแล้ว ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรนนทบุรี จึงทราบว่ารถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดที่แท้จริงคือ หมายเลขทะเบียน 11-9221 กรุงเทพมหานคร และทำการขอคัดถ่ายสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี โดยพนักงานสอบสวนรับรองถูกต้อง แล้วรายงานให้โจทก์ทราบ จากนั้นโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 กรณีจึงถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 อายุความทางละเมิดจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว ส่วนการที่โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 ต่อศาลชั้นต้นมาก่อนนั้น ก็เป็นการเรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะเป็นตัวการผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทาง โดยรับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคนละคันกับคดีนี้เข้าร่วมในการประกอบกิจการ และได้รับประโยชน์จากรถโดยสารคันดังกล่าว หาได้เรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดเกี่ยวกับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-9221 กรุงเทพมหานคร ในคดีนี้แต่อย่างใด กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์รู้ตัวจำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาไม่ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2550 ยังไม่เกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิกร อังคณาวิศัลย์-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-วิวรรต นิ่มละมัย) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์ ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ศิริแสงทอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1270/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ18149/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ909/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
526738
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นางเนตินาฎ คงทอง ธรรม์ญาณเนตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชัย ศิริแสงทอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986553"
    }
}
date
2555
deka_no
6560/2555
deka_running_no
6560
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วิกร อังคณาวิศัลย์",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "วิวรรต นิ่มละมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 448 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายหนูหล่ำ คำไล้ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 25,615.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 19,704.26 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 25,615.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 19,704.26 บาท นับแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันทำละเมิด กรณีจึงต้องนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดประการหนึ่งและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนอีกประการหนึ่งประกอบกันเป็นวันใด และพ้นหนึ่งปีนับแต่วันดังกล่าว คดีจึงจะขาดอายุความตามบทบัญญัติดังกล่าว ก่อนคดีนี้ที่โจทก์ยื่นฟ้องนางพยอม เจ้าของกรรมสิทธิ์รถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร กับจำเลยที่ 2 และบริษัทนำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ต่อศาลชั้นต้น ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 เพื่อให้รับผิดในเหตุละเมิด โดยเข้าใจว่าคนขับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ก่อเหตุละเมิดขับรถชนเสาโทรศัพท์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย สืบเนื่องจากนายกิตติพิชญ์ พนักงานของโจทก์ไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุ โดยนายกิตติพิชญ์ได้บันทึกหมายเลขทะเบียนรถไว้ในใบแจ้งเหตุเสียหายและไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จึงเป็นการรับทราบข้อมูลเบื้องต้นของนายกิตติพิชญ์จากพนักงานสอบสวนเท่านั้น โดยจำเลยที่ 2 ไม่นำพยานหลักฐานมาสืบหักล้างพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าการที่โจทก์ยื่นฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 ต่อศาลชั้นต้น สืบเนื่องจากโจทก์ได้รับแจ้งหมายเลขทะเบียนรถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดผิดพลาดจากพนักงานสอบสวน หาใช่เกิดเพราะความผิดพลาดของนายกิตติพิชญ์พนักงานโจทก์ กรณีจึงยังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์ได้ทราบเหตุละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้สินไหมทดแทนตั้งแต่วันเกิดเหตุหรือนับแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์มอบอำนาจให้นายกิตติพิชญ์ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด ครั้นเมื่อต่อมาวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 นายปกรณ์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้รับแจ้งว่าพนักงานสอบสวนได้ทำการเปรียบเทียบปรับคนขับรถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดแล้ว ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรนนทบุรี จึงทราบว่ารถโดยสารคันที่ก่อเหตุละเมิดที่แท้จริงคือ หมายเลขทะเบียน 11-9221 กรุงเทพมหานคร และทำการขอคัดถ่ายสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี โดยพนักงานสอบสวนรับรองถูกต้อง แล้วรายงานให้โจทก์ทราบ จากนั้นโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 กรณีจึงถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 อายุความทางละเมิดจึงเริ่มนับตั้งแต่วันดังกล่าว ส่วนการที่โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 15602/2547 ต่อศาลชั้นต้นมาก่อนนั้น ก็เป็นการเรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดในฐานะเป็นตัวการผู้ประกอบการขนส่งรถโดยสารประจำทาง โดยรับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-2921 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคนละคันกับคดีนี้เข้าร่วมในการประกอบกิจการ และได้รับประโยชน์จากรถโดยสารคันดังกล่าว หาได้เรียกให้จำเลยที่ 2 รับผิดเกี่ยวกับรถโดยสารหมายเลขทะเบียน 11-9221 กรุงเทพมหานคร ในคดีนี้แต่อย่างใด กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าโจทก์รู้ตัวจำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้จะพึงใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้วดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาไม่ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2550 ยังไม่เกิน 1 ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ18149/2550
primary_red_case_no
พ909/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000416.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1270/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555