คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9649/2555 ฉบับเต็ม

#526747
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9649/2555 บริษัทฮอสพิทอล เน็ทเวิร์ค จำกัด โจทก์ นายพิจิตร แนวบัวผัน กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.พ.พ. มาตรา 349 วรรคหนึ่ง แม้จำเลยที่ 2 จะทำหนังสือรับสภาพชำระหนี้ต่อโจทก์ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนให้ไว้แก่โจทก์ก็ตาม แต่ตามหนังสือรับสภาพชำระหนี้ไม่มีข้อความตอนใดที่ระบุว่าโจทก์ตกลงให้หนี้ของจำเลยที่ 1 ระงับไปโดยให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์แทนจำเลยที่ 1 กรณีถือไม่ได้ว่ามีการแปลงหนี้ใหม่โดยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1 มาเป็นจำเลยที่ 2 หนังสือสัญญาชำระหนี้แทนที่จำเลยที่ 1 ทำไว้แก่โจทก์จึงไม่ระงับ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 17 กันยายน 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้น ให้โจทก์นำมาชำระต่อศาลในนามของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลบางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของจำเลยที่ 2 บิดาของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แยกทางกันแล้ว หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 มาเป็นภริยานายดาริโอ จำเลยทั้งสองนำนายดาริโอเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลของโจทก์ และจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนไว้กับโจทก์ นายดาริโอรักษาตัวที่โรงพยาบาลของโจทก์ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2550 ก็ถึงแก่ความตาย วันที่ 2 พฤษภาคม 2550 จำเลยที่ 2 ทำหนังสือรับสภาพชำระหนี้ไว้แก่โจทก์ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า หนังสือรับสภาพชำระหนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่จากหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนโดยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์กับจำเลยที่ 2 จะทำสัญญากันในวันที่ 2 พฤษภาคม 2550 ตามหนังสือรับสภาพชำระหนี้ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนให้ไว้แก่โจทก์ก็ตาม แต่ในหนังสือรับสภาพชำระหนี้ไม่มีข้อความตอนใดที่ระบุว่าโจทก์ตกลงให้หนี้ของจำเลยที่ 1 ระงับไปโดยให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์แทนจำเลยที่ 1 กรณีจึงถือไม่ได้ว่ามีการแปลงหนี้ใหม่โดยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1 มาเป็นจำเลยที่ 2 ดังนั้น หนังสือสัญญาชำระหนี้แทนที่จำเลยที่ 1 ทำไว้แก่โจทก์จึงไม่ระงับ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สิริรัตน์ จันทรา-วิรุฬห์ แสงเทียน-พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร) ศาลแพ่งธนบุรี - นายอรุณ ชัยกุล ศาลอุทธรณ์ - นายวาส ลักษณ์เลิศกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2505/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1619/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ265/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
526747
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายอรุณ ชัยกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวาส ลักษณ์เลิศกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985671"
    }
}
date
2555
deka_no
9649/2555
deka_running_no
9649
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "พงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 349 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทฮอสพิทอล เน็ทเวิร์ค จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิจิตร แนวบัวผัน กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 17 กันยายน 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 7,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น สำหรับค่าธรรมเนียมศาลที่จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถานั้น ให้โจทก์นำมาชำระต่อศาลในนามของจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังว่า โจทก์ประกอบกิจการโรงพยาบาลบางกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล จำเลยที่ 1 เป็นบุตรของจำเลยที่ 2 บิดาของจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 แยกทางกันแล้ว หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 มาเป็นภริยานายดาริโอ จำเลยทั้งสองนำนายดาริโอเข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลของโจทก์ และจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนไว้กับโจทก์ นายดาริโอรักษาตัวที่โรงพยาบาลของโจทก์ถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2550 ก็ถึงแก่ความตาย วันที่ 2 พฤษภาคม 2550 จำเลยที่ 2 ทำหนังสือรับสภาพชำระหนี้ไว้แก่โจทก์

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า หนังสือรับสภาพชำระหนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่จากหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนโดยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์กับจำเลยที่ 2 จะทำสัญญากันในวันที่ 2 พฤษภาคม 2550 ตามหนังสือรับสภาพชำระหนี้ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาชำระหนี้แทนให้ไว้แก่โจทก์ก็ตาม แต่ในหนังสือรับสภาพชำระหนี้ไม่มีข้อความตอนใดที่ระบุว่าโจทก์ตกลงให้หนี้ของจำเลยที่ 1 ระงับไปโดยให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์แทนจำเลยที่ 1 กรณีจึงถือไม่ได้ว่ามีการแปลงหนี้ใหม่โดยการเปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1 มาเป็นจำเลยที่ 2 ดังนั้น หนังสือสัญญาชำระหนี้แทนที่จำเลยที่ 1 ทำไว้แก่โจทก์จึงไม่ระงับ โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1619/2550
primary_red_case_no
พ265/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000408.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2505/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555