คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13895/2555 ฉบับเต็ม

#526762
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13895/2555 นายวิชิตพงศ์ วิจารจิตต์ โจทก์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 เดิมจำเลยจ่ายค่าพาหนะให้โจทก์เมื่อไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นรายครั้งตามค่าใช้จ่ายที่โจทก์เบิกจ่าย ต่อมาจำเลยมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงโดยให้โจทก์รับค่าพาหนะเป็นการเหมาจ่ายรายเดือน ตามคำสั่งดังกล่าวระบุว่าการอนุมัติค่าพาหนะให้แก่โจทก์ให้ถือว่าเป็นการให้เฉพาะตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในขณะนั้นเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและลักษณะงานที่ไม่จำเป็นจะต้องได้รับค่าพาหนะ จำเลยมีสิทธิยกเลิกเงินได้ค่าพาหนะนั้น แปลความได้ว่าจำเลยตกลงให้ค่าพาหนะแก่โจทก์ต่อมาเมื่อโจทก์มีตำแหน่งและลักษณะงานที่ต้องเดินทาง มิได้ให้ค่าพาหนะเป็นการถาวรตลอดไปมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรณีจึงเป็นการที่นายจ้างให้เงินเพิ่มแก่ลูกจ้างเป็นครั้งคราวตามลักษณะการทำงาน มิได้ให้เพื่อตอบแทนการทำงานโดยตรงไม่ถือเป็นค่าจ้าง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยมีคำสั่งให้ค่าพาหนะเป็นเงินเดือนค่าจ้างและให้จำเลยจ่ายเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2547/2548 โดยคิดคำนวณค่าพาหนะของโจทก์ที่ได้รับเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เดือนละ 2,000 บาท รวมคำนวณไปในการจ่ายเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2547/2548 ในอัตรา 2.25 เท่าของเงินเดือนค่าจ้างที่ค้างชำระต่อโจทก์ และให้นำเงินค่าพาหนะสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามข้อตกลงกับจ่ายค่าจ้างค้าง จำนวน 4,500 บาท และค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาเงินช่วยเหลือค่าพาหนะที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ เดือนละ 2,000 บาท เป็นค่าจ้างหรือไม่ เห็นว่า เดิมจำเลยจ่ายค่าพาหนะให้โจทก์เมื่อไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นรายครั้งตามค่าใช้จ่ายที่โจทก์เบิกจ่าย ต่อมาจำเลยเปลี่ยนแปลงโดยให้โจทก์รับค่าพาหนะเป็นการเหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท ตามคำสั่งที่ 12/2527 คำสั่งนี้ระบุว่า การอนุมัติค่าพาหนะให้แก่โจทก์ให้ถือว่าเป็นการให้เฉพาะตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในขณะนั้นเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและลักษณะงานที่ไม่จำเป็นจะต้องได้รับค่าพาหนะ จำเลยมีสิทธิยกเลิกเงินได้ค่าพาหนะนั้น แปลความได้ว่าจำเลยตกลงให้ค่าพาหนะแก่โจทก์ ต่อเมื่อโจทก์มีตำแหน่งและลักษณะงานที่ต้องเดินทาง มิได้ให้ค่าพาหนะเป็นการถาวรตลอดไปมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรณีจึงเป็นการที่นายจ้างให้เงินเพิ่มแก่ลูกจ้างเป็นครั้งคราวตามลักษณะการทำงาน มิได้ให้เพื่อตอบแทนการทำงานโดยตรง ไม่ถือเป็นค่าจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและข้อตกลงการจ่ายเงินรางวัลประจำปี จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2547/2548 และไม่ต้องส่งเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์ โดยนำค่าพาหนะไปรวมเป็นเงินเดือนตามที่โจทก์อุทธรณ์แต่อย่างใด ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปดารณี ลัดพลี-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-สุนันท์ ชัยชูสอน) ศาลแรงงานกลาง - นายพงศธร นิ่มมานพ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1479/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ9389/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3505/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
526762
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายพงศธร นิ่มมานพ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984517"
    }
}
date
2555
deka_no
13895/2555
deka_running_no
13895
deka_year
2555
department
แรงงาน
judges
[
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "สุนันท์ ชัยชูสอน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิชิตพงศ์ วิจารจิตต์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยมีคำสั่งให้ค่าพาหนะเป็นเงินเดือนค่าจ้างและให้จำเลยจ่ายเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2547/2548 โดยคิดคำนวณค่าพาหนะของโจทก์ที่ได้รับเป็นเงินเดือนค่าจ้าง เดือนละ 2,000 บาท รวมคำนวณไปในการจ่ายเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2547/2548 ในอัตรา 2.25 เท่าของเงินเดือนค่าจ้างที่ค้างชำระต่อโจทก์ และให้นำเงินค่าพาหนะสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามข้อตกลงกับจ่ายค่าจ้างค้าง จำนวน 4,500 บาท และค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาเงินช่วยเหลือค่าพาหนะที่จำเลยจ่ายให้โจทก์ เดือนละ 2,000 บาท เป็นค่าจ้างหรือไม่ เห็นว่า เดิมจำเลยจ่ายค่าพาหนะให้โจทก์เมื่อไปปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นรายครั้งตามค่าใช้จ่ายที่โจทก์เบิกจ่าย ต่อมาจำเลยเปลี่ยนแปลงโดยให้โจทก์รับค่าพาหนะเป็นการเหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท ตามคำสั่งที่ 12/2527 คำสั่งนี้ระบุว่า การอนุมัติค่าพาหนะให้แก่โจทก์ให้ถือว่าเป็นการให้เฉพาะตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในขณะนั้นเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งและลักษณะงานที่ไม่จำเป็นจะต้องได้รับค่าพาหนะ จำเลยมีสิทธิยกเลิกเงินได้ค่าพาหนะนั้น แปลความได้ว่าจำเลยตกลงให้ค่าพาหนะแก่โจทก์ ต่อเมื่อโจทก์มีตำแหน่งและลักษณะงานที่ต้องเดินทาง มิได้ให้ค่าพาหนะเป็นการถาวรตลอดไปมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรณีจึงเป็นการที่นายจ้างให้เงินเพิ่มแก่ลูกจ้างเป็นครั้งคราวตามลักษณะการทำงาน มิได้ให้เพื่อตอบแทนการทำงานโดยตรง ไม่ถือเป็นค่าจ้างตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างและข้อตกลงการจ่ายเงินรางวัลประจำปี จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 2547/2548 และไม่ต้องส่งเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์ โดยนำค่าพาหนะไปรวมเป็นเงินเดือนตามที่โจทก์อุทธรณ์แต่อย่างใด ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ9389/2548
primary_red_case_no
พ3505/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000398.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.1479/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555