คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11986/2555 ฉบับเต็ม

#526773
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11986/2555 นายเรืองชัย สัจจพงษ์ โจทก์ นายสตาวุฒิ วิบูลย์อุทัย จำเลย ป.อ. มาตรา 175 ความผิดฐานฟ้องเท็จ กฎหมายมิเพียงแต่จะคุ้มครองสิทธิของคู่ความในคดี แต่ยังมุ่งคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดีของศาลอีกด้วย เพื่อให้ศาลสามารถวินิจฉัยคดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเป็นความผิดต่อรัฐ และอาจทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเสรีภาพ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฟ้องเท็จ กฎหมายมิเพียงแต่จะคุ้มครองสิทธิของคู่ความในคดี แต่ยังมุ่งคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดีของศาลอีกด้วย เพื่อให้ศาลสามารถวินิจฉัยคดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเป็นความผิดต่อรัฐ และอาจทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเสรีภาพ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับศาลชั้นต้นเลื่อนคดีหลายครั้ง เพื่อให้โอกาสจำเลยผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น แต่จำเลยไม่เคยชำระแม้เพียงบางส่วนให้แก่โจทก์ จำเลยจึงมิได้ขวนขวายและตั้งใจที่จะหาช่องทางชำระหนี้ให้แก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แม้เป็นการกระทำความผิดครั้งแรกหรือมีภาระต้องเลี้ยงดูบุคคลภายในครอบครัว ก็ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เมื่อไม่รอการลงโทษแล้ว จึงเห็นสมควรไม่ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง นอกจากนี้ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลย 2 ปี ก่อนลดโทษให้นั้น หนักเกินไป เห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสมตามรูปคดี พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 เดือน ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่ลงโทษปรับจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-พิศาล อัยยะวรากูล-ประยูร ณ ระนอง) ศาลจังหวัดขอนแก่น - นางสาวปาริฉัตร ศิริมนตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมชัย วิชญไพศิฐสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2394/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ616/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ148/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
526773
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดขอนแก่น",
        "judge": "นางสาวปาริฉัตร ศิริมนตรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมชัย วิชญไพศิฐสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984993"
    }
}
date
2555
deka_no
11986/2555
deka_running_no
11986
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "ประยูร ณ ระนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 175"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเรืองชัย สัจจพงษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสตาวุฒิ วิบูลย์อุทัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลย 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฟ้องเท็จ กฎหมายมิเพียงแต่จะคุ้มครองสิทธิของคู่ความในคดี แต่ยังมุ่งคุ้มครองกระบวนการพิจารณาคดีของศาลอีกด้วย เพื่อให้ศาลสามารถวินิจฉัยคดีได้อย่างถูกต้องเที่ยงธรรม อันเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งเป็นความผิดต่อรัฐ และอาจทำให้โจทก์ได้รับความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเสรีภาพ พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับศาลชั้นต้นเลื่อนคดีหลายครั้ง เพื่อให้โอกาสจำเลยผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น แต่จำเลยไม่เคยชำระแม้เพียงบางส่วนให้แก่โจทก์ จำเลยจึงมิได้ขวนขวายและตั้งใจที่จะหาช่องทางชำระหนี้ให้แก่โจทก์ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว แม้เป็นการกระทำความผิดครั้งแรกหรือมีภาระต้องเลี้ยงดูบุคคลภายในครอบครัว ก็ไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เมื่อไม่รอการลงโทษแล้ว จึงเห็นสมควรไม่ลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่ง นอกจากนี้ที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลย 2 ปี ก่อนลดโทษให้นั้น หนักเกินไป เห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสมตามรูปคดี

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 เดือน ไม่รอการลงโทษจำคุกและไม่ลงโทษปรับจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4
opensearch_id
primary_black_case_no
อ616/2551
primary_red_case_no
อ148/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000402.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2394/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555