คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6429/2555 ฉบับเต็ม

#526788
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6429/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสอง พูนพะเนา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์" องค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัตินี้ คือ การนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจะนำออกจำหน่ายซึ่งแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) 2 แผ่น โดยแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ดังกล่าวไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นเพียงการตระเตรียมที่จะนำแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกจำหน่ายเท่านั้น โดยจำเลยยังไม่ลงมือกระทำความผิด คือ นำแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกจำหน่าย การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามฟ้อง แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 25, 38, 78, 79 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) และธนบัตรของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง, 38 วรรคหนึ่ง, 78, 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาต ปรับ 200,000 บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท รวมปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 200,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยกักขัง 1 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องข้อหานำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และลดโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นเงิน 100,000 บาท ให้คืนแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่งและแผ่นดีวีดีของกลาง (ภาพยนตร์) เป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์บรรยายครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง แล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ จึงต้องฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าว และแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ของกลางเป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์" ดังนี้ องค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวคือการนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจะนำออกจำหน่ายซึ่งแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) 2 แผ่น โดยแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ดังกล่าวไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งการกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นเพียงการตระเตรียมที่จะนำแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกจำหน่ายเท่านั้น โดยจำเลยยังไม่ลงมือกระทำความผิด คือ นำแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกจำหน่าย การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้อง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ และเมื่อจำเลยไม่มีความผิดฐานดังกล่าว แผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-สมสันต์ ศุภศาตรสิน) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายพิสุทธิ์ สุวบุญประภัทร์ ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย โอภาพันธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6665/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2198/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2310/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
526788
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นายพิสุทธิ์ สุวบุญประภัทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายอำนวย โอภาพันธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986559"
    }
}
date
2555
deka_no
6429/2555
deka_running_no
6429
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "สมสันต์ ศุภศาตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551",
        "sections": [
            "ม. 25 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสอง พูนพะเนา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 25, 38, 78, 79 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) และธนบัตรของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง, 38 วรรคหนึ่ง, 78, 79 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานนำภาพยนตร์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาต ปรับ 200,000 บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือได้รับประโยชน์ตอบแทนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 200,000 บาท รวมปรับ 400,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 200,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยกักขัง 1 ปี ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องข้อหานำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 78 คงปรับจำเลยฐานประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายภาพยนตร์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และลดโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว เป็นเงิน 100,000 บาท ให้คืนแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่งและแผ่นดีวีดีของกลาง (ภาพยนตร์) เป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า คำฟ้องโจทก์บรรยายครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง แล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ จึงต้องฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าว และแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ของกลางเป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์" ดังนี้ องค์ประกอบความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวคือการนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักร แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจะนำออกจำหน่ายซึ่งแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) 2 แผ่น โดยแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ดังกล่าวไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ซึ่งการกระทำของจำเลยตามฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นเพียงการตระเตรียมที่จะนำแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกจำหน่ายเท่านั้น โดยจำเลยยังไม่ลงมือกระทำความผิด คือ นำแผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกจำหน่าย การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานนำภาพยนตร์ที่ไม่ผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้อง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ และเมื่อจำเลยไม่มีความผิดฐานดังกล่าว แผ่นดีวีดี (ภาพยนตร์) ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์ซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2198/2552
primary_red_case_no
อ2310/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000416.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6665/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555