คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13657/2555 ฉบับเต็ม

#526792
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13657/2555 บริษัทพีรกานต์ แมนชั่น จำกัด กับพวก โจทก์ นายพงศ์ศักดิ์ มาตระกูล จำเลย ป.อ. มาตรา 177 วรรคสอง ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์เพียงแต่กล่าวว่าจำเลยเบิกความในคดีอาญาหมายเลขใด ระหว่างผู้ใดโจทก์ ผู้ใดจำเลย และข้อความที่จำเลยเบิกความกับว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งแม้จะเข้าใจได้ว่าคดีที่จำเลยเบิกความได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาและโจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องว่า คำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอาญาอย่างไร แม้โจทก์ทั้งสองแนบสำเนาคำฟ้องคดีอาญาดังกล่าวมาท้ายฟ้อง แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดที่ปรากฏในสำเนาคำฟ้องดังกล่าว ซึ่งได้ความว่าเป็นคดีที่มีการกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสามในคดีดังกล่าวแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่า รายงานการประชุมของบริษัท พ. เป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งความจริงเป็นเอกสารปลอม และกล่าวหาว่าโจทก์ในคดีดังกล่าวร่วมกับพวกลักทรัพย์หรือรับของโจรแล้ว ก็ยังไม่ได้ความว่า คำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ถือว่าฟ้องโจทก์ทั้งสองมิได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดมาโดยครบถ้วนไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) และยังเป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามบทมาตราในกฎหมายที่ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลชั้นต้น ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5267/2547 ระหว่าง นายสมนึก โจทก์ บริษัท พีรกานต์ แมนชั่น จำกัด ที่ 1 นายพีรยศ ที่ 2 นายชาคริต ที่ 3 จำเลย ปรากฏตามสำเนาคำฟ้องแนบท้ายฟ้อง ว่า "ข้าฯ ไปดูแลการทำนิติกรรมจดทะเบียนจำนองในวันดังกล่าวด้วย มีการจดทะเบียนจำนองกันที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ข้าฯ ไปกับนายวิชัย เมื่อไปถึงสำนักงานที่ดินมีตัวแทนของจำเลยที่ 1 มาจำนวน 2 คน โดยเป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิงอีก 1 คน ซึ่งผู้ชายทราบภายหลังว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ชื่อนายธานี ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ข้าฯ มาทราบไม่นานนี้คือ จำเลยที่ 2 แต่ข้าฯ ไม่พบโจทก์ในวันจดทะเบียนจำนอง" ซึ่งเป็นการเบิกความเท็จทั้งสิ้น ความจริงแล้วในวันที่ไปจดทะเบียนจำนอง จำเลยไม่ได้ไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีกับนายวิชัยและจำเลยยังเบิกความต่อไปอีกว่า "เอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการจดทะเบียนจำนองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นั้น นายธานีเป็นผู้นำมา ส่วนนายวิชัยเพียงแต่นำโฉนดห้องชุดจำนวน 20 ห้อง ที่ได้รับไว้ก่อนหน้านั้นมา การจดทะเบียนจำนองนายธานีจะเป็นผู้ไปติดต่อกับเจ้าพนักงานที่ดิน" คำเบิกความของจำเลยก็เป็นเท็จทั้งสิ้น ความจริงแล้วนายธานีเพียงแต่เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของตนเองเท่านั้น คำเบิกความของจำเลยเป็นการเบิกความเท็จซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีอาญา เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์ เพียงแต่กล่าวว่าจำเลยเบิกความในคดีอาญาหมายเลขใด ระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และข้อความที่จำเลยเบิกความกับว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งแม้จะเข้าใจได้ว่าคดีที่จำเลยเบิกความได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาและโจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องว่า คำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอาญาอย่างไร แม้โจทก์ทั้งสองแนบสำเนาคำฟ้องคดีอาญามาท้ายฟ้อง แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดที่ปรากฏในสำเนาคำฟ้อง ซึ่งได้ความว่าเป็นคดีที่มีการกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสามในคดีดังกล่าวแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่า รายงานการประชุมของบริษัทพีรกานต์ แมนชั่น จำกัด เป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งความจริงเป็นเอกสารปลอมและกล่าวหาว่าโจทก์ในคดีดังกล่าวร่วมกับพวกลักทรัพย์หรือรับของโจรแล้วก็ยังไม่ได้ความว่าคำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ถือว่าฟ้องโจทก์ทั้งสองมิได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดมาโดยครบถ้วนไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และยังเป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามบทมาตราในกฎหมายที่ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์ทั้งสองอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สมชาติ ธัญญาวินิชกุล-อนันต์ ชุมวิสูตร-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์) ศาลจังหวัดพัทยา - นายชัยยุทธ เตชะกุลปราณี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นางเศรณี ศิริมังคละ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6977/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4226/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1954/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
526792
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายชัยยุทธ เตชะกุลปราณี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นางเศรณี ศิริมังคละ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984530"
    }
}
date
2555
deka_no
13657/2555
deka_running_no
13657
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล",
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทพีรกานต์ แมนชั่น จำกัด กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพงศ์ศักดิ์ มาตระกูล"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ฟ้องโจทก์ทั้งสองชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) หรือไม่ โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลชั้นต้น ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5267/2547 ระหว่าง นายสมนึก โจทก์ บริษัท พีรกานต์ แมนชั่น จำกัด ที่ 1 นายพีรยศ ที่ 2 นายชาคริต ที่ 3 จำเลย ปรากฏตามสำเนาคำฟ้องแนบท้ายฟ้อง ว่า "ข้าฯ ไปดูแลการทำนิติกรรมจดทะเบียนจำนองในวันดังกล่าวด้วย มีการจดทะเบียนจำนองกันที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ข้าฯ ไปกับนายวิชัย เมื่อไปถึงสำนักงานที่ดินมีตัวแทนของจำเลยที่ 1 มาจำนวน 2 คน โดยเป็นผู้ชาย 2 คน และผู้หญิงอีก 1 คน ซึ่งผู้ชายทราบภายหลังว่าเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 ชื่อนายธานี ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ข้าฯ มาทราบไม่นานนี้คือ จำเลยที่ 2 แต่ข้าฯ ไม่พบโจทก์ในวันจดทะเบียนจำนอง" ซึ่งเป็นการเบิกความเท็จทั้งสิ้น ความจริงแล้วในวันที่ไปจดทะเบียนจำนอง จำเลยไม่ได้ไปที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีกับนายวิชัยและจำเลยยังเบิกความต่อไปอีกว่า "เอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการจดทะเบียนจำนองในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 นั้น นายธานีเป็นผู้นำมา ส่วนนายวิชัยเพียงแต่นำโฉนดห้องชุดจำนวน 20 ห้อง ที่ได้รับไว้ก่อนหน้านั้นมา การจดทะเบียนจำนองนายธานีจะเป็นผู้ไปติดต่อกับเจ้าพนักงานที่ดิน" คำเบิกความของจำเลยก็เป็นเท็จทั้งสิ้น ความจริงแล้วนายธานีเพียงแต่เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของตนเองเท่านั้น คำเบิกความของจำเลยเป็นการเบิกความเท็จซึ่งเป็นข้อสำคัญในคดีอาญา เห็นว่า ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์ เพียงแต่กล่าวว่าจำเลยเบิกความในคดีอาญาหมายเลขใด ระหว่างผู้ใดโจทก์ผู้ใดจำเลย และข้อความที่จำเลยเบิกความกับว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งแม้จะเข้าใจได้ว่าคดีที่จำเลยเบิกความได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาและโจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องว่า คำเบิกความของจำเลยเป็นข้อสำคัญในคดีอาญาอย่างไร แม้โจทก์ทั้งสองแนบสำเนาคำฟ้องคดีอาญามาท้ายฟ้อง แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดที่ปรากฏในสำเนาคำฟ้อง ซึ่งได้ความว่าเป็นคดีที่มีการกล่าวหาว่า จำเลยทั้งสามในคดีดังกล่าวแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวนว่า รายงานการประชุมของบริษัทพีรกานต์ แมนชั่น จำกัด เป็นเอกสารที่แท้จริง ซึ่งความจริงเป็นเอกสารปลอมและกล่าวหาว่าโจทก์ในคดีดังกล่าวร่วมกับพวกลักทรัพย์หรือรับของโจรแล้วก็ยังไม่ได้ความว่าคำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นข้อสำคัญในคดีดังกล่าวแต่อย่างใด ถือว่าฟ้องโจทก์ทั้งสองมิได้บรรยายถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดมาโดยครบถ้วนไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และยังเป็นฟ้องที่บรรยายไม่ครบองค์ประกอบของความผิดตามบทมาตราในกฎหมายที่ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์ทั้งสองอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4226/2551
primary_red_case_no
อ1954/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000398.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6977/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555