คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17338/2555 ฉบับเต็ม

#528489
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17338/2555 นายสัมพันธ์ นุชท่าโก กับพวก โจทก์ นางสาวดวงพร นุชท่าโก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1656 วรรคสอง การแก้ไขชื่อสกุลของเจ้ามรดกในพินัยกรรม โดยมีการลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมกำกับในบริเวณที่แก้ไข แต่ไม่มีพยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมขณะที่แก้ไข อันเป็นการไม่ได้ทำตามแบบที่กฎหมายระบุไว้ จึงไม่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1656 วรรคสอง มีผลทำให้พินัยกรรมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้อง และถือว่าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม พินัยกรรมคงมีข้อความตามเดิม หามีผลทำให้พินัยกรรมที่เดิมสมบูรณ์อยู่แล้วต้องตกเป็นไม่สมบูรณ์ทั้งฉบับหรือตกเป็นโมฆะไม่ ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 4,000 บาท โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยต่างเป็นทายาทของนางกำไร นางกำไรถึงแก่ความตาย ก่อนนางกำไรถึงแก่ความตายได้ทำพินัยกรรมไว้ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 69/2545 ของศาลชั้นต้น ขณะที่มีการทำพินัยกรรมดังกล่าวนางกำไรได้ทำพินัยกรรมแบบธรรมดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 และพินัยกรรมมีผลถูกต้องตามแบบสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ ต่อมาภายหลังปรากฏว่ามีการแก้ไขชื่อสกุลของนางกำไรคือ "บำรุงไทย" รวมทั้งบริเวณที่ลงลายมือชื่อเจ้ามรดกด้วย โดยมีการลงลายมือชื่อ "กำไร" กำกับในบริเวณที่แก้ไขด้วย แต่ไม่มีพยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อนางกำไรผู้ทำพินัยกรรมขณะที่แก้ไข อันเป็นการไม่ได้ทำตามแบบที่ระบุไว้ในมาตรา 1656 วรรคสอง มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองเพียงว่า การแก้ไขพินัยกรรมตามฟ้องที่ไม่ทำถูกต้องตามแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคสอง มีผลทำให้พินัยกรรมตามฟ้องไม่สมบูรณ์ทั้งฉบับหรือตกเป็นโมฆะหรือไม่ เมื่อการแก้ไขพินัยกรรมตามฟ้องไม่ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด จึงไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 1656 วรรคสอง โดยไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้อง ไม่ทำให้ส่วนที่สมบูรณ์เสียไปด้วย และถือว่าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำว่า "บำรุงไทย" ในพินัยกรรม พินัยกรรมคงมีข้อความตามเดิม การแก้ไขที่ทำไม่ถูกต้องตามแบบหามีผลทำให้พินัยกรรมตามฟ้องที่เดิมสมบูรณ์อยู่แล้วต้องตกเป็นไม่สมบูรณ์ทั้งฉบับหรือตกเป็นโมฆะไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อดิศักดิ์ ปัตรวลี-ชาติชาย อัครวิบูลย์-ประยูร ณ ระนอง) ศาลแขวงพิษณุโลก - นายเจตน์พัฒน์ วารีเจริญชัย ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายพันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1950/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ353/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1270/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528489
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพิษณุโลก",
        "judge": "นายเจตน์พัฒน์ วารีเจริญชัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายพันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983516"
    }
}
date
2555
deka_no
17338/2555
deka_running_no
17338
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี",
    "ชาติชาย อัครวิบูลย์",
    "ประยูร ณ ระนอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1656 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสัมพันธ์ นุชท่าโก กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวดวงพร นุชท่าโก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนด ค่าทนายความ 4,000 บาท

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยต่างเป็นทายาทของนางกำไร นางกำไรถึงแก่ความตาย ก่อนนางกำไรถึงแก่ความตายได้ทำพินัยกรรมไว้ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 69/2545 ของศาลชั้นต้น ขณะที่มีการทำพินัยกรรมดังกล่าวนางกำไรได้ทำพินัยกรรมแบบธรรมดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 และพินัยกรรมมีผลถูกต้องตามแบบสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ ต่อมาภายหลังปรากฏว่ามีการแก้ไขชื่อสกุลของนางกำไรคือ "บำรุงไทย" รวมทั้งบริเวณที่ลงลายมือชื่อเจ้ามรดกด้วย โดยมีการลงลายมือชื่อ "กำไร" กำกับในบริเวณที่แก้ไขด้วย แต่ไม่มีพยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อนางกำไรผู้ทำพินัยกรรมขณะที่แก้ไข อันเป็นการไม่ได้ทำตามแบบที่ระบุไว้ในมาตรา 1656 วรรคสอง

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองเพียงว่า การแก้ไขพินัยกรรมตามฟ้องที่ไม่ทำถูกต้องตามแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1656 วรรคสอง มีผลทำให้พินัยกรรมตามฟ้องไม่สมบูรณ์ทั้งฉบับหรือตกเป็นโมฆะหรือไม่ เมื่อการแก้ไขพินัยกรรมตามฟ้องไม่ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด จึงไม่สมบูรณ์ตามมาตรา 1656 วรรคสอง โดยไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้อง ไม่ทำให้ส่วนที่สมบูรณ์เสียไปด้วย และถือว่าไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำว่า "บำรุงไทย" ในพินัยกรรม พินัยกรรมคงมีข้อความตามเดิม การแก้ไขที่ทำไม่ถูกต้องตามแบบหามีผลทำให้พินัยกรรมตามฟ้องที่เดิมสมบูรณ์อยู่แล้วต้องตกเป็นไม่สมบูรณ์ทั้งฉบับหรือตกเป็นโมฆะไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ353/2548
primary_red_case_no
พ1270/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000389.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1950/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555