คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16802/2555 ฉบับเต็ม

#528512
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16802/2555 นางสาวชฎาภรณ์ โพธิ์งาม โจทก์ บริษัทเอส.เอส.อาร์.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 344 โจทก์ยอมรับว่าได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่จำเลยจริงและยินยอมชดใช้หนี้นั้น หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้จึงเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้แล้ว เมื่อค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยมีจำนวนน้อยกว่าค่าเสียหายตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยจึงมีสิทธินำค่าจ้างที่ต้องชำระแก่โจทก์มาหักกับหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้าง 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้าง 15,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (24 กุมภาพันธ์ 2549) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างที่จำเลยยังไม่ชำระให้แก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์ยื่นใบลาออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทำให้จำเลยเสียหายและโจทก์ยักยอกทรัพย์ของจำเลย โจทก์ได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ในความเสียหายบางส่วนให้แก่จำเลยมีจำนวนมากกว่าค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยค้างค่าจ้างโจทก์จำนวน 15,300 บาท และวินิจฉัยในประเด็นที่ว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยมากกว่าจำนวนค่าจ้างที่ค้าง จำเลยจะมีสิทธินำค่าจ้างค้างมาหักหนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งโจทก์รับว่าโจทก์ทำให้แก่จำเลยจริงและยินยอมชดใช้หนี้ให้ตามหนังสือรับสภาพหนี้นี้ แต่จำเลยจะเรียกร้องมากกว่าหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์จึงไม่ยอมชำระนั้น เมื่อค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับจากจำเลยมีจำนวนน้อยกว่าค่าเสียหายที่โจทก์รับว่าจะใช้ให้แก่จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้แล้ว จำเลยจึงมีสิทธินำค่าจ้างที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์มาหักกับหนี้ที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ได้ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์อีก ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ลาออกโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 โจทก์ลาออกโดยยังไม่ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ของโจทก์ให้แก่จำเลย โจทก์ละทิ้งหน้าที่ และค่าเสียหายส่วนที่จำเลยดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ ล้วนไม่ทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษา จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ (พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-พิทยา บุญชู) ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.1778/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1045/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1237/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528512
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983629"
    }
}
date
2555
deka_no
16802/2555
deka_running_no
16802
deka_year
2555
department
แรงงาน
judges
[
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "พิทยา บุญชู"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 344"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวชฎาภรณ์ โพธิ์งาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอส.เอส.อาร์.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้าง 17,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าจ้างค้าง 15,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (24 กุมภาพันธ์ 2549) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างที่จำเลยยังไม่ชำระให้แก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่าโจทก์ยื่นใบลาออกทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าทำให้จำเลยเสียหายและโจทก์ยักยอกทรัพย์ของจำเลย โจทก์ได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้ในความเสียหายบางส่วนให้แก่จำเลยมีจำนวนมากกว่าค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าจ้างตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยค้างค่าจ้างโจทก์จำนวน 15,300 บาท และวินิจฉัยในประเด็นที่ว่าโจทก์เป็นหนี้จำเลยมากกว่าจำนวนค่าจ้างที่ค้าง จำเลยจะมีสิทธินำค่าจ้างค้างมาหักหนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งโจทก์รับว่าโจทก์ทำให้แก่จำเลยจริงและยินยอมชดใช้หนี้ให้ตามหนังสือรับสภาพหนี้นี้ แต่จำเลยจะเรียกร้องมากกว่าหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์จึงไม่ยอมชำระนั้น เมื่อค่าจ้างที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับจากจำเลยมีจำนวนน้อยกว่าค่าเสียหายที่โจทก์รับว่าจะใช้ให้แก่จำเลยตามหนังสือรับสภาพหนี้ ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้แล้ว จำเลยจึงมีสิทธินำค่าจ้างที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์มาหักกับหนี้ที่จำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ได้ จึงไม่มีหนี้ที่จำเลยต้องชำระให้แก่โจทก์อีก ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่าโจทก์ลาออกโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 โจทก์ลาออกโดยยังไม่ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ของโจทก์ให้แก่จำเลย โจทก์ละทิ้งหน้าที่ และค่าเสียหายส่วนที่จำเลยดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ ล้วนไม่ทำให้คำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษา จึงไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1045/2549
primary_red_case_no
พ1237/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000390.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.1778/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555