คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17259/2555 ฉบับเต็ม

#528513
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17259/2555 นางเขกไน้ แซ่ลิ้ม กับพวก โจทก์ สำนักงานประกันสังคม กับพวก จำเลย พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31, มาตรา 32, มาตรา 52 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 32 (5) ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ฟ้องให้ชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 จึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินทดแทนให้โจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสามมีกำหนดแปดปี จำเลยทั้งสิบสี่ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท มีกำหนดแปดปีแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นคณะบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 โดยอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 เป็นอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 32 (5) การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งมีมติยืนตามคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดฉะเชิงเทราที่วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 จึงเป็นการฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อโต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเท่านั้น มิใช่ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะส่วนตัว เพราะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ร่วมรับผิดกับสำนักงานประกันสังคมจำเลยที่ 1 ชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสามด้วยจึงไม่ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่ต้องร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง (พิทยา บุญชู-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์) ศาลแรงงานกลาง - นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.179/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ5615/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4203/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528513
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางเมธินี ทิพย์มณเฑียร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983614"
    }
}
date
2555
deka_no
17259/2555
deka_running_no
17259
deka_year
2555
department
แรงงาน
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 32",
            "ม. 52"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางเขกไน้ แซ่ลิ้ม กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสามมีกำหนดแปดปี

จำเลยทั้งสิบสี่ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนที่ 160/2549 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 และให้จำเลยทั้งสิบสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างจำนวน 180,000 บาท มีกำหนดแปดปีแก่โจทก์ทั้งสาม

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนเป็นคณะบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 31 มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 โดยอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 52 เป็นอำนาจหน้าที่ประการหนึ่งที่ระบุไว้ตามมาตรา 32 (5) การที่โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทน ซึ่งมีมติยืนตามคำวินิจฉัยของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดฉะเชิงเทราที่วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสามไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 จึงเป็นการฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 เป็นคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อโต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวเท่านั้น มิใช่ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ในฐานะส่วนตัว เพราะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสามเป็นการส่วนตัว ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ร่วมรับผิดกับสำนักงานประกันสังคมจำเลยที่ 1 ชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสามด้วยจึงไม่ถูกต้อง ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะจำเลยที่ 2 ถึงที่ 14 ไม่ต้องร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
พ5615/2549
primary_red_case_no
พ4203/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000390.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.179/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555