คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15927/2555 ฉบับเต็ม

#528521
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15927/2555 พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ นางประนอม ขุนพรม จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 174, มาตรา 227 วรรคสอง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, มาตรา 91 คดีนี้โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นขณะจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้เพียงว่าตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะของจำเลยเท่านั้น แต่พยานโจทก์ก็ไม่นำสืบให้ชัดแจ้งว่า สารเสพติดนั้นเป็นเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ กรณียังเป็นที่สงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (ที่ถูก วรรคสอง), 91 ประกอบมาตรา 83 (ที่ถูก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี และปรับ 400,000 บาท ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำคุกมีกำหนด 10 ปี 6 เดือน และปรับ 400,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้กักขังแทนค่าปรับเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 และยกคำขอเพิ่มโทษของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดของจำเลยฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจชด ผู้ได้รับมอบหมายให้ควบคุมจำเลยกับพวกไปตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลศรีมหาโพธิเป็นพยานเบิกความว่า ผลการตรวจพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนจากปัสสาวะของจำเลยโดยแพทย์ผู้ตรวจมอบผลการตรวจให้และร้อยตำรวจโทชนะวงศ์เบิกความว่า ได้ส่งตัวจำเลยกับพวกไปตรวจสารเสพติดในปัสสาวะและแพทย์ผู้ตรวจได้แจ้งผลการตรวจ ทั้งนายแพทย์วรวุฒิ แจ้งยืนยันตามหนังสือ เห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นขณะจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเมื่อใด ที่ไหน อย่างไร มาเป็นพยาน จ่าสิบตำรวจชดก็ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ไม่รู้วิธีการตรวจ ผลการตรวจปัสสาวะที่ให้ผลเป็นบวกจะเกิดจากสารเสพติดตัวอื่นหรือไม่ ไม่ทราบ ไม่มีความรู้ คำเบิกความของจ่าสิบตำรวจชดเกี่ยวกับเอกสารและคำเบิกความของร้อยตำรวจโทชนะวงศ์เกี่ยวกับเอกสารก็ได้ความเพียงว่า พบสารเสพติดในปัสสาวะ ซึ่งหาใช่ฟังได้ชัดแจ้งว่าสารเสพติดนั้นเป็นเมทแอมเฟตามีนไม่ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธและโจทก์มีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย เมื่อโจทก์นำสืบรับฟังได้เพียงว่า พบสารเสพติดจากปัสสาวะของจำเลยเท่านั้น กรณียังเป็นที่สงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์-เกษม เกษมปัญญา-อนันต์ วงษ์ประภารัตน์) ศาลชั้นต้น - นายพูนผล ชมศร ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายยอน พลาบดีวัฒน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1738/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ542/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ597/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528521
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นายพูนผล ชมศร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายยอน พลาบดีวัฒน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983851"
    }
}
date
2555
deka_no
15927/2555
deka_running_no
15927
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์",
    "เกษม เกษมปัญญา",
    "อนันต์ วงษ์ประภารัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 174",
            "ม. 227 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 57",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางประนอม ขุนพรม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (ที่ถูก วรรคสอง), 91 ประกอบมาตรา 83 (ที่ถูก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 6 ปี และปรับ 400,000 บาท ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน รวมลงโทษจำคุกมีกำหนด 10 ปี 6 เดือน และปรับ 400,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้กักขังแทนค่าปรับเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 และยกคำขอเพิ่มโทษของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดของจำเลยฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงว่า จำเลยกระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจชด ผู้ได้รับมอบหมายให้ควบคุมจำเลยกับพวกไปตรวจปัสสาวะที่โรงพยาบาลศรีมหาโพธิเป็นพยานเบิกความว่า ผลการตรวจพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีนจากปัสสาวะของจำเลยโดยแพทย์ผู้ตรวจมอบผลการตรวจให้และร้อยตำรวจโทชนะวงศ์เบิกความว่า ได้ส่งตัวจำเลยกับพวกไปตรวจสารเสพติดในปัสสาวะและแพทย์ผู้ตรวจได้แจ้งผลการตรวจ ทั้งนายแพทย์วรวุฒิ แจ้งยืนยันตามหนังสือ เห็นว่า โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นขณะจำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนเมื่อใด ที่ไหน อย่างไร มาเป็นพยาน จ่าสิบตำรวจชดก็ตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ไม่รู้วิธีการตรวจ ผลการตรวจปัสสาวะที่ให้ผลเป็นบวกจะเกิดจากสารเสพติดตัวอื่นหรือไม่ ไม่ทราบ ไม่มีความรู้ คำเบิกความของจ่าสิบตำรวจชดเกี่ยวกับเอกสารและคำเบิกความของร้อยตำรวจโทชนะวงศ์เกี่ยวกับเอกสารก็ได้ความเพียงว่า พบสารเสพติดในปัสสาวะ ซึ่งหาใช่ฟังได้ชัดแจ้งว่าสารเสพติดนั้นเป็นเมทแอมเฟตามีนไม่ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธและโจทก์มีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย เมื่อโจทก์นำสืบรับฟังได้เพียงว่า พบสารเสพติดจากปัสสาวะของจำเลยเท่านั้น กรณียังเป็นที่สงสัยตามสมควรว่าจำเลยกระทำความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ542/2550
primary_red_case_no
อ597/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000392.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1738/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555