ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8904/2555
พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง)
โจทก์
นายเปงเทียง แซ่ลี้ ในฐานะผู้จัดการมรดกของ
นางสาวพูนสุข แซ่ลี้ ผู้ตาย
โดยนายสมบูรณ์หรือพุฒิพงศ์ วลีเลิศสกุล ในฐานะ
ผู้จัดการมรดกคนใหม่ของนางสาวพูนสุข แซ่ลี้ ผู้ตาย
โจทก์ร่วม
นายวิชัย เล็กสมบูรณ์วงศ์
จำเลย
ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 43
ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
การที่โจทก์ร่วมขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้วด้วยเหตุผลว่า ป. โจทก์ร่วมคนเดิมป่วยและถึงแก่ความตายหลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมก็เป็นการสั่งรับอุทธรณ์โดยไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงชอบแล้ว
เมื่อโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ กรณีต้องถือว่าโจทก์ร่วมมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นในทุกประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย และไม่มีสิทธิฎีกาในประเด็นดังกล่าว เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยเบียดบังยักยอกค่าเช่าที่ดิน มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยยักยอกที่ดิน แม้จะมีคำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยคืนที่ดินแปลงดังกล่าวก็ไม่ถือว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในการกระทำผิดฐานยักยอกที่ดิน โจทก์และโจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนที่ดินดังกล่าว
___________________________
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 354 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 7,452,494.78 บาท และเงินที่ได้จากการขายทรัพย์มรดกที่ดินโฉนดเลขที่ 1191 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หลังจากหักค่าใช้จ่าย และที่ดิน ภ.บ.ท. 5 เลขสำรวจที่ 255 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แก่กองมรดกเพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาทต่อไป
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณานายเปงเทียง ผู้จัดการมรดกของนางสาวพูนสุข ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 353 จำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนที่ดินที่มีสิทธิครอบครอง (ภ.บ.ท. 5) (ที่ถูกที่ดินตามแบบชำระภาษีบำรุงท้องที่) เลขสำรวจที่ 255 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา แก่โจทก์ร่วมในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกเพื่อจัดแบ่งปันให้แก่ทายาทต่อไป คำขออื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
เมื่อพ้นระยะเวลาอุทธรณ์ นายเปงเทียง ผู้จัดการมรดกของนางสาวพูนสุขในฐานะโจทก์ร่วม ถึงแก่ความตาย นายสมบูรณ์หรือพุฒิพงศ์ ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวพูนสุขคนใหม่ขอเข้ารับมรดกความเป็นโจทก์ร่วมแทนและขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์โดยอ้างเหตุสุดวิสัย ศาลชั้นต้นอนุญาต
โจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้จำเลยคืนที่ดินตามแบบชำระภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท 5) เลขสำรวจที่ 255 แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม
โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2549 ซึ่งโจทก์ร่วมมีระยะเวลาอุทธรณ์ภายในระยะเวลา 1 เดือน คือ ภายในวันที่ 28 เมษายน 2549 แต่โจทก์ร่วมมิได้ยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้โจทก์ร่วมก็มิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ก่อนระยะเวลาอุทธรณ์จะสิ้นสุดลง แต่คงได้ความจากนายสมบูรณ์หรือพุฒิพงศ์ซึ่งเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแทนนายเปงเทียงซึ่งถึงแก่ความตายและเป็นผู้ขอเข้ารับมรดกความแทนนายเปงเทียงก็เพิ่งยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2549 อ้างว่า หลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาแล้ว โจทก์ร่วมไม่ได้ขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เพราะโจทก์ร่วมป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง อาการสาหัสต้องให้น้ำเกลือและออกซิเจนและต่อมาถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2549 โดยนายสมบูรณ์ขอรับมรดกความเป็นโจทก์ร่วมแทน และขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ร่วมขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยให้เหตุผลว่าเป็นเหตุสุดวิสัยและเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมก็ตาม แต่ก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า โจทก์ร่วมมีทนายความดำเนินคดีแทน แต่ทนายความของโจทก์ร่วมก็มิได้ดำเนินการขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยโจทก์ร่วมก็มิได้ให้เหตุผลในเรื่องนี้ไว้ การที่โจทก์ร่วมขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์เมื่อสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้วด้วยเหตุผลว่านายเปงเทียงซึ่งเป็นโจทก์ร่วมคนเดิมป่วยและถึงแก่ความตายหลังจากศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษา จึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์และรับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมก็เป็นการสั่งรับอุทธรณ์โดยไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมนั้น จึงชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น
เมื่อโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ กรณีต้องถือว่าโจทก์ร่วมมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นในทุกประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย และไม่มีสิทธิฎีกาในประเด็นดังกล่าว เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องในส่วนนี้ว่า จำเลยเบียดบังยักยอกค่าเช่าที่ดินตามแบบภาษีบำรุงท้องที่เลขสำรวจที่ 255 รวม 3 ปี ปีละ 12,000 บาท รวมเป็นเงิน 36,000 บาท อันเป็นทรัพย์มรดก แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยยักยอกที่ดินดังกล่าว แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องขอให้จำเลยคืนที่ดินแปลงดังกล่าวก็ไม่ถือว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยในการกระทำผิดฐานยักยอกที่ดินดังกล่าว โจทก์และโจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนที่ดินตามแบบชำระภาษีบำรุงท้องที่เลขสำรวจที่ 255 แก่กองมรดก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำขอในส่วนนี้จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
(ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-นพพร โพธิรังสิยากร-สุทธิโชค เทพไตรรัตน์)
ศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) - นายนรวัฒน์ สวยงาม
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายราเชนทร์ วัชรพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2936/2551
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ871/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ305/2549
หมายเหตุ