คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14177/2555 ฉบับเต็ม

#528537
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14177/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ศรีธนาออยล์ โจทก์ร่วม นางสาววิยะดา ดุรงคเวโรจน์ ผู้ร้อง นางสาวอรุณี ดุรงคเวโรจน์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 34 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) พนักงานอัยการซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีตามสัญญาประกันจำเลยตาม พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะบังคับคดี ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) ในวันที่ 10 มีนาคม 2542 และศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีให้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2542 ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2542 ศาลชั้นต้นในฐานะที่เป็นผู้บังคับตามสัญญาประกันได้ส่งเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีที่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) วางต่อศาลชั้นต้นให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนี้ ถือได้ว่าพนักงานอัยการขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้บังคับคดีตามคำสั่งอันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในการขอให้บังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) แล้ว เมื่อพนักงานอัยการดำเนินการขอให้บังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) ภายในกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำสั่ง การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปบังคับคดีเมื่อใดนั้นเป็นขั้นตอนการดำเนินงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปบังคับคดีเกินสิบปีนับแต่วันมีคำสั่ง ก็ถือได้ว่าพนักงานอัยการได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งภายในสิบปีนับแต่วันมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 แล้ว แม้ต่อมามี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 34 ให้เพิ่มความเป็นมาตรา 119 วรรคสอง บัญญัติให้ถือว่าหัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันดังกล่าวก็ตาม ก็ต้องถือว่าผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลชั้นต้นได้มีการร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำสั่งแล้ว ดังนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตขยายระยะเวลาการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2541 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ร้องในฐานผู้ประกันที่ 1 ตามสัญญาประกันเป็นเงิน 230,000 บาท ต่อมาวันที่ 18 มีนาคม 2542 ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ร้อง วันที่ 1 มิถุนายน 2552 เจ้าหน้าที่รายงานต่อศาลว่า หลังจากศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2542 และมีหนังสือสอบถามผลการบังคับคดีมาโดยตลอด แต่กรมบังคับคดียังไม่แจ้งผลมาให้ทราบ ประกอบกับสำนวนที่ต้องบังคับคดีมีเป็นจำนวนมาก อันเป็นเหตุสุดวิสัยและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ขออนุญาตขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 4 ปี นับแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2551 ศาลชั้นต้นอนุญาต วันที่ 18 ตุลาคม 2553 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ระยะเวลาในการบังคับคดีไม่ใช่อายุความ กรณีไม่เห็นสมควรที่จะเพิกถอนคำสั่ง ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าพนักงานอัยการซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีตามสัญญาประกันจำเลยตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะบังคับคดียื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) ในวันที่10 มีนาคม 2542 และศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) เมื่อวันที่18 มีนาคม 2542 ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2542 ศาลชั้นต้นในฐานะที่เป็นผู้บังคับตามสัญญาประกันได้ส่งเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีที่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) วางต่อศาลชั้นต้นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนี้ ถือได้ว่าพนักงานอัยการขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้บังคับคดีตามคำสั่งอันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในการขอให้บังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) แล้ว เมื่อพนักงานอัยการดำเนินการขอให้บังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) ภายในกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำสั่ง การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปบังคับคดีเมื่อใดนั้นเป็นขั้นตอนการดำเนินงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปบังคับคดีเกินสิบปีนับแต่วันมีคำสั่ง ก็ถือได้ว่าพนักงานอัยการได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งภายในสิบปีนับแต่วันมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว แม้ต่อมามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 34 ให้เพิ่มความเป็นมาตรา 119 วรรคสอง บัญญัติให้ถือว่าหัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันดังกล่าวก็ตาม ก็ต้องถือว่าผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลชั้นต้นได้มีการร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำสั่งแล้ว ดังนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตขยายระยะเวลาการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) อีก กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของผู้ร้องเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อภิรัตน์ ลัดพลี-ธงชัย เสนามนตรี-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสรวิศ รักษ์มณี ศาลอุทธรณ์ - นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.399/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ช263/2540 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ช2592/2540 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528537
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นายสรวิศ รักษ์มณี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางวาสนา อัจฉรานุวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984400"
    }
}
date
2555
deka_no
14177/2555
deka_running_no
14177
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547",
        "sections": [
            "ม. 34"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498",
        "sections": [
            "ม. 11 (8)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ศรีธนาออยล์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาววิยะดา ดุรงคเวโรจน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรุณี ดุรงคเวโรจน์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2541 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ร้องในฐานผู้ประกันที่ 1 ตามสัญญาประกันเป็นเงิน 230,000 บาท ต่อมาวันที่ 18 มีนาคม 2542 ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดอายัดทรัพย์สินของผู้ร้อง วันที่ 1 มิถุนายน 2552 เจ้าหน้าที่รายงานต่อศาลว่า หลังจากศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและส่งเรื่องให้กรมบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2542 และมีหนังสือสอบถามผลการบังคับคดีมาโดยตลอด แต่กรมบังคับคดียังไม่แจ้งผลมาให้ทราบ ประกอบกับสำนวนที่ต้องบังคับคดีมีเป็นจำนวนมาก อันเป็นเหตุสุดวิสัยและเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ขออนุญาตขยายระยะเวลาการบังคับคดีออกไปอีก 4 ปี นับแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2551 ศาลชั้นต้นอนุญาต

วันที่ 18 ตุลาคม 2553 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ระยะเวลาในการบังคับคดีไม่ใช่อายุความ กรณีไม่เห็นสมควรที่จะเพิกถอนคำสั่ง ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าพนักงานอัยการซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการบังคับคดีตามสัญญาประกันจำเลยตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะบังคับคดียื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นให้ออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) ในวันที่10 มีนาคม 2542 และศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) เมื่อวันที่18 มีนาคม 2542 ต่อมาวันที่ 9 เมษายน 2542 ศาลชั้นต้นในฐานะที่เป็นผู้บังคับตามสัญญาประกันได้ส่งเงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีที่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) วางต่อศาลชั้นต้นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ดังนี้ ถือได้ว่าพนักงานอัยการขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีและแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้บังคับคดีตามคำสั่งอันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนในการขอให้บังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) แล้ว เมื่อพนักงานอัยการดำเนินการขอให้บังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) ภายในกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันมีคำสั่ง การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปบังคับคดีเมื่อใดนั้นเป็นขั้นตอนการดำเนินงานของเจ้าพนักงานบังคับคดี แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไปบังคับคดีเกินสิบปีนับแต่วันมีคำสั่ง ก็ถือได้ว่าพนักงานอัยการได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งภายในสิบปีนับแต่วันมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว แม้ต่อมามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 34 ให้เพิ่มความเป็นมาตรา 119 วรรคสอง บัญญัติให้ถือว่าหัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันดังกล่าวก็ตาม ก็ต้องถือว่าผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลชั้นต้นได้มีการร้องขอให้บังคับคดีตามคำสั่งภายในสิบปีนับแต่วันที่มีคำสั่งแล้ว ดังนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมมีสิทธิที่จะบังคับคดีต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตขยายระยะเวลาการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง (ผู้ประกันที่ 1) อีก กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของผู้ร้องเพราะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
ช263/2540
primary_red_case_no
ช2592/2540
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000397.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.399/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555