คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6969/2555 ฉบับเต็ม

#528541
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6969/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางวารุณี จารุพันธ์ กับพวก โจทก์ร่วม นางสาวสำอางค์ ชนประเสริฐ จำเลย ป.อ. มาตรา 341 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) จำเลยพูดหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 1 เท่านั้น จำเลยมิได้หลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 2 หรือเจตนาให้ได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 2 การที่โจทก์ร่วมที่ 2 รับฟังเรื่องราวจากโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริงและประสงค์ร่วมลงทุนกับโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย โดยโอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีโจทก์ร่วมที่ 1 เพื่อส่งมอบให้แก่จำเลยนั้น ไม่ได้เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาของจำเลยต่อโจทก์ร่วมที่ 2 โจทก์ร่วมที่ 2 จึงไม่เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 390,000 บาท และผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 330,000 บาท จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางวารุณี ผู้เสียหายที่ 1 และนางสาววรรณา ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ร่วมที่ 1 จำนวน 390,000 บาท และโจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 330,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้ยกคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และยกคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วมที่ 2 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 1 ว่าจะยกที่ดินและมีญาติของจำเลยจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ร่วมจนโจทก์ร่วมที่ 1 หลงเชื่อมอบเงินให้จำเลยไป คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมที่ 2 ว่า โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้เสียหายมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือไม่ เห็นว่าพฤติการณ์การพูดหลอกลวงของจำเลยตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมที่ 1 ได้ความว่าเป็นการพูดเพื่อให้มีผลต่อโจทก์ร่วมที่ 1 และได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 1 เท่านั้น จำเลยมิได้หลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 2 หรือเจตนาให้ได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 2 แต่อย่างใด จึงไม่อาจถือได้ว่าการที่โจทก์ร่วมที่ 2 รับฟังเรื่องราวดังกล่าวจากโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริงเช่นเดียวกับโจทก์ร่วมที่ 1 และประสงค์ร่วมลงทุนกับโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย จึงได้โอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีโจทก์ร่วมที่ 1 หลายครั้งเป็นเงินรวม 330,000 บาท เพื่อส่งมอบให้แก่จำเลยนั้น เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาของจำเลยต่อโจทก์ร่วมที่ 2 และส่งผลให้โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผู้เสียหาย และยกคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับยกคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วมที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์-สุทธินันท์ เสียมสกุล-ปิยกุล บุญเพิ่ม) ศาลแขวงตลิ่งชัน - นายปกรณ์ รัตนพิทย์ ศาลอุทธรณ์ - นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5575/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ9506/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5802/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528541
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงตลิ่งชัน",
        "judge": "นายปกรณ์ รัตนพิทย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986443"
    }
}
date
2555
deka_no
6969/2555
deka_running_no
6969
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์",
    "สุทธินันท์ เสียมสกุล",
    "ปิยกุล บุญเพิ่ม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางวารุณี จารุพันธ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสำอางค์ ชนประเสริฐ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 390,000 บาท และผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 330,000 บาท

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางวารุณี ผู้เสียหายที่ 1 และนางสาววรรณา ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 8 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ร่วมที่ 1 จำนวน 390,000 บาท และโจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 330,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ให้ยกคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และยกคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วมที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 1 ว่าจะยกที่ดินและมีญาติของจำเลยจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ร่วมจนโจทก์ร่วมที่ 1 หลงเชื่อมอบเงินให้จำเลยไป คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมที่ 2 ว่า โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้เสียหายมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือไม่ เห็นว่าพฤติการณ์การพูดหลอกลวงของจำเลยตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมที่ 1 ได้ความว่าเป็นการพูดเพื่อให้มีผลต่อโจทก์ร่วมที่ 1 และได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 1 เท่านั้น จำเลยมิได้หลอกลวงโจทก์ร่วมที่ 2 หรือเจตนาให้ได้ทรัพย์สินจากโจทก์ร่วมที่ 2 แต่อย่างใด จึงไม่อาจถือได้ว่าการที่โจทก์ร่วมที่ 2 รับฟังเรื่องราวดังกล่าวจากโจทก์ร่วมที่ 1 แล้วหลงเชื่อว่าเป็นความจริงเช่นเดียวกับโจทก์ร่วมที่ 1 และประสงค์ร่วมลงทุนกับโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย จึงได้โอนเงินผ่านธนาคารเข้าบัญชีโจทก์ร่วมที่ 1 หลายครั้งเป็นเงินรวม 330,000 บาท เพื่อส่งมอบให้แก่จำเลยนั้น เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญาของจำเลยต่อโจทก์ร่วมที่ 2 และส่งผลให้โจทก์ร่วมที่ 2 เป็นผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ใช่ผู้เสียหาย และยกคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 2 ที่ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับยกคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่โจทก์ร่วมที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ9506/2547
primary_red_case_no
อ5802/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000415.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5575/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555