คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10664/2555 ฉบับเต็ม

#528573
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10664/2555 นายชูชาติ แดงสวัสดิ์ โจทก์ นายฉอ้อน วัฒนาแก้วศรีเพ็ชร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 369 โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายซึ่งมีข้อตกลงว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์ โดยโจทก์จะต้องไปชำระเงินที่ยังค้างชำระตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเพื่อไถ่ถอนจำนองแก่ธนาคาร อ. ก่อน แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏจากคำเบิกความโจทก์ว่า จำเลยเป็นผู้ชำระเงินที่ยังค้างชำระและไถ่ถอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากธนาคาร อ. กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาจะซื้อขายให้ถูกต้อง โจทก์จะขอบังคับจำเลยให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่ตนมิได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท และให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินพร้อมทั้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 133133, 133134 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นชื่อโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามทางนำสืบและในชั้นนี้ว่า โจทก์กับจำเลยตกลงกันตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์โดยโจทก์จะต้องไปชำระเงินที่ยังค้างชำระตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน เพื่อไถ่ถอนจำนองแก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก่อน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์เองว่า จำเลยเป็นผู้ชำระเงินที่ยังค้างชำระและไถ่ถอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาจะซื้อขายให้ถูกต้อง โจทก์จะขอบังคับจำเลยให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่ตนมิได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า หนังสือสัญญาจะซื้อขายทำขึ้นโดยเจตนาลวงจึงตกเป็นโมฆะนั้น โจทก์เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงไม่รับวินิจฉัย และที่ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ข้างต้น ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ต้องวินิจฉัย ฎีกาอื่นนอกจากนี้ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัย ไม่เป็นสาระที่จะพิจารณา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ไชยยงค์ คงจันทร์-เมทินี ชโลธร-สมยศ เข็มทอง) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายไพบูลย์ ทองน่วม ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปกรณ์ สุวรรณพรหมา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1951/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ส1729/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ส85/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528573
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายไพบูลย์ ทองน่วม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายปกรณ์ สุวรรณพรหมา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985342"
    }
}
date
2555
deka_no
10664/2555
deka_running_no
10664
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "เมทินี ชโลธร",
    "สมยศ เข็มทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 369"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายชูชาติ แดงสวัสดิ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายฉอ้อน วัฒนาแก้วศรีเพ็ชร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท และให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินพร้อมทั้งจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 133133, 133134 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด (ตลาดขวัญ) จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นชื่อโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ตามทางนำสืบและในชั้นนี้ว่า โจทก์กับจำเลยตกลงกันตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้โจทก์โดยโจทก์จะต้องไปชำระเงินที่ยังค้างชำระตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน เพื่อไถ่ถอนจำนองแก่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก่อน เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์เองว่า จำเลยเป็นผู้ชำระเงินที่ยังค้างชำระและไถ่ถอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อตกลงในหนังสือสัญญาจะซื้อขายให้ถูกต้อง โจทก์จะขอบังคับจำเลยให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่ตนมิได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า หนังสือสัญญาจะซื้อขายทำขึ้นโดยเจตนาลวงจึงตกเป็นโมฆะนั้น โจทก์เพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา จึงไม่รับวินิจฉัย และที่ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังไม่ได้วินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ข้างต้น ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ต้องวินิจฉัย ฎีกาอื่นนอกจากนี้ไม่มีผลต่อคำวินิจฉัย ไม่เป็นสาระที่จะพิจารณา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ส1729/2548
primary_red_case_no
ส85/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000405.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1951/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555