คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15250/2555 ฉบับเต็ม

#528603
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15250/2555 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายพิชัยหรือไฮ้ เงินโต กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 335 วรรคสอง, มาตรา 335 ทวิ วรรคแรก, มาตรา วรรคสอง ที่เกิดเหตุในศาลเจ้าแม่ น. มีการจัดวางองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวีของกลาง ซึ่งนับว่าเป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ แต่ผู้เสียหายก็มิได้จัดวางองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวีไว้ในสถานที่เหมาะสม โดยมีเครื่องสักการะบูชาเพื่อให้ประชาชนเคารพสักการะ และยังเป็นการจัดวางไว้ต่ำกว่าโต๊ะเครื่องสักการะบูชาที่มีพระพุทธรูปเป็นประธานเสียอีก เพียงแต่วางของกลางดังกล่าวไว้บนโต๊ะเท่านั้น จึงฟังได้เพียงว่าวัตถุของกลางเป็นเพียงรูปสำหรับเคารพเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าองค์พระศิวะ องค์เจ้าแม่กวนอิม องค์แม่พระอุมาเทวีดังกล่าวเป็นวัตถุในทางศาสนาที่สักการะบูชาของประชาชนตามความหมายของกฎหมาย เมื่อองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวีของกลางมิใช่ทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน การลักทรัพย์ของจำเลยทั้งสองจึงมิได้กระทำต่อทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 ทวิ วรรคแรก การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 335 ทวิ, 336 ทวิ, 357 และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดังกล่าว จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธ และให้การใหม่เป็นรับสารภาพข้อหารับของโจร ปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 9 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2035/2551, 2356/2551, 2509/2551, 2532/2551, 2537/2551, 2623/2551 และ 2947/2551 ของศาลชั้นต้น นับโทษจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2532/2551 ของศาลชั้นต้น ยกคำขอที่ให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอื่นที่เหลือ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (9) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันลักองค์พระศิวะ 1 องค์ ราคา 10,000 บาท องค์เจ้าแม่กวนอิม 1 องค์ ราคา 20,000 บาท องค์แม่พระอุมาเทวี 1 องค์ ราคา 15,000 บาท และดาบฝังมุก 1 เล่ม ราคา 15,000 บาท รวมราคา 60,000 บาท ไปจากศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสาวสุนีย์ ผู้เสียหาย คดีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีเพียงนางประนอม ซึ่งเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก มาเบิกความต่อศาลว่า ศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก มีเทวรูปและพระที่ใช้กราบไหว้อยู่เป็นจำนวนมากเช่น พระกาฬ พระเจ้าตากสิน รวมทั้งองค์พระศิวะ องค์เจ้าแม่กวนอิม องค์แม่พระอุมาเทวี ซึ่งเป็นของกลางในคดีนี้ แต่นางประนอมก็มิได้เบิกความต่อศาลว่า ได้จัดวางองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวี ไว้ในสถานที่อย่างไรเพื่อให้ประชาชนสักการะบูชา แต่เมื่อพิจารณาภาพถ่าย ภาพที่ 2 จะเห็นว่า ภาพดังกล่าวมีผู้หญิงชี้ไปที่บริเวณโต๊ะสีขาวและมีข้อความอธิบายภาพว่า เป็นจุดที่ผู้กล่าวหานำรูปปั้นตามบัญชีของกลางมาไว้ในศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก ภายหลังถูกผู้ต้องหาลักเอาไป จากภาพถ่ายดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่า แม้องค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวี ซึ่งนับว่าเป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ แต่ผู้เสียหายก็มิได้จัดวางองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวี ไว้ในสถานที่เหมาะสมโดยมีเครื่องสักการะบูชาเพื่อให้ประชาชนเคารพสักการะ และยังเป็นการจัดวางไว้ต่ำกว่าโต๊ะเครื่องสักการะบูชาที่มีพระพุทธรูปเป็นประธานเสียอีก เพียงแต่วางของกลางดังกล่าวไว้บนโต๊ะเท่านั้นจึงฟังได้เพียงว่าวัตถุของกลางเป็นเพียงรูปสำหรับเคารพเท่านั้นยังถือไม่ได้ว่าองค์พระศิวะองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์แม่พระอุมาเทวีดังกล่าวเป็นวัตถุในทางศาสนาที่สักการะบูชาของประชาชนตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคแรก เมื่อองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวีของกลาง มิใช่ทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน การลักทรัพย์ของจำเลยทั้งสองจึงมิได้กระทำต่อทรัพย์ตาม มาตรา 335 ทวิ วรรคแรก การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ศรีอัมพร ศาลิคุปต์-สุนทร ทรงฤกษ์-สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย) ศาลจังหวัดชลบุรี - นางสาวอัจฉราพร สมบูรณ์พงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3126/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ2151/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ3059/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
528603
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นางสาวอัจฉราพร สมบูรณ์พงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984058"
    }
}
date
2555
deka_no
15250/2555
deka_running_no
15250
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ศรีอัมพร ศาลิคุปต์",
    "สุนทร ทรงฤกษ์",
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 วรรคสอง",
            "ม. 335 ทวิ วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิชัยหรือไฮ้ เงินโต กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 335 ทวิ, 336 ทวิ, 357 และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดังกล่าว

จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ แต่เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธ และให้การใหม่เป็นรับสารภาพข้อหารับของโจร ปฏิเสธข้อหาลักทรัพย์

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 9 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2035/2551, 2356/2551, 2509/2551, 2532/2551, 2537/2551, 2623/2551 และ 2947/2551 ของศาลชั้นต้น นับโทษจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2532/2551 ของศาลชั้นต้น ยกคำขอที่ให้นับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอื่นที่เหลือ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (9) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 83 จำคุกคนละ 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ตามวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันลักองค์พระศิวะ 1 องค์ ราคา 10,000 บาท องค์เจ้าแม่กวนอิม 1 องค์ ราคา 20,000 บาท องค์แม่พระอุมาเทวี 1 องค์ ราคา 15,000 บาท และดาบฝังมุก 1 เล่ม ราคา 15,000 บาท รวมราคา 60,000 บาท ไปจากศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนางสาวสุนีย์ ผู้เสียหาย คดีจึงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคสอง หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีเพียงนางประนอม ซึ่งเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก มาเบิกความต่อศาลว่า ศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก มีเทวรูปและพระที่ใช้กราบไหว้อยู่เป็นจำนวนมากเช่น พระกาฬ พระเจ้าตากสิน รวมทั้งองค์พระศิวะ องค์เจ้าแม่กวนอิม องค์แม่พระอุมาเทวี ซึ่งเป็นของกลางในคดีนี้ แต่นางประนอมก็มิได้เบิกความต่อศาลว่า ได้จัดวางองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวี ไว้ในสถานที่อย่างไรเพื่อให้ประชาชนสักการะบูชา แต่เมื่อพิจารณาภาพถ่าย ภาพที่ 2 จะเห็นว่า ภาพดังกล่าวมีผู้หญิงชี้ไปที่บริเวณโต๊ะสีขาวและมีข้อความอธิบายภาพว่า เป็นจุดที่ผู้กล่าวหานำรูปปั้นตามบัญชีของกลางมาไว้ในศาลเจ้าแม่น่ำไฮกวงซีอิมผ่อสัก ภายหลังถูกผู้ต้องหาลักเอาไป จากภาพถ่ายดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่า แม้องค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวี ซึ่งนับว่าเป็นวัตถุในทางศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ แต่ผู้เสียหายก็มิได้จัดวางองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวี ไว้ในสถานที่เหมาะสมโดยมีเครื่องสักการะบูชาเพื่อให้ประชาชนเคารพสักการะ และยังเป็นการจัดวางไว้ต่ำกว่าโต๊ะเครื่องสักการะบูชาที่มีพระพุทธรูปเป็นประธานเสียอีก เพียงแต่วางของกลางดังกล่าวไว้บนโต๊ะเท่านั้นจึงฟังได้เพียงว่าวัตถุของกลางเป็นเพียงรูปสำหรับเคารพเท่านั้นยังถือไม่ได้ว่าองค์พระศิวะองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์แม่พระอุมาเทวีดังกล่าวเป็นวัตถุในทางศาสนาที่สักการะบูชาของประชาชนตามความหมายในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ทวิ วรรคแรก เมื่อองค์เจ้าแม่กวนอิม องค์พระศิวะ และองค์แม่พระอุมาเทวีของกลาง มิใช่ทรัพย์อันเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน การลักทรัพย์ของจำเลยทั้งสองจึงมิได้กระทำต่อทรัพย์ตาม มาตรา 335 ทวิ วรรคแรก การกระทำของจำเลยทั้งสอง จึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 335 ทวิ วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ2151/2550
primary_red_case_no
อ3059/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000394.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3126/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555