คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555 ฉบับเต็ม

#532854
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18532/2555 นายสรัลหรือพิสิษฐ์ วงศ์ศิริวัฒนคุณ หรือคนพิเศษ กับพวก โจทก์ นางศศิประภา วงศ์ศิริวัฒนคุณ กับพวก ผู้ร้องสอด นายเกียรติศักดิ์ วงศ์ศิริวัฒนคุณ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 231 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่งเป็นเพียงหลักประกันมาวาง จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 คำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยจึงเป็นอันยกไป แต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษมาวางต่อศาลชั้นต้นตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 นั้น พอถือได้ว่าเป็นการขอวางหลักประกันเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคสาม ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้แม้จะไม่ได้ขอทุเลาการบังคับก็ตาม ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับหลักประกันที่จำเลยนำมาวางไว้พิจารณาว่าพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีหรือไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองห้องพักในอาคารเอ็มเอ็นแมนชั่น เลขที่ 15/13 ซอยสรรพสิทธิ์ 10 ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่โจทก์ทั้งห้า ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าคนละ 4,000 บาท ต่อเดือนนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบการครอบครองห้องพักให้แก่โจทก์แต่ละคนจนแล้วเสร็จ จำเลยอุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับคดี โจทก์ทั้งห้าคัดค้านการขอทุเลาการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยนำค่าเสียหายที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนับถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์ สำหรับค่าเสียหายในเดือนต่อ ๆ ไป ให้จำเลยนำมาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นเดือนละครั้งภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน หากผิดนัดเดือนใด ก็ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีอีกต่อไป ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยฟัง และมีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายมาวางศาลภายใน 30 วัน และค่าเสียหายในเดือนต่อ ๆ ไปมาวางศาลชั้นต้นเดือนละครั้งภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน จำเลยยื่นคำร้องขอนำสลากออมสินพิเศษจำนวนเงิน 200,000 บาท มาวางศาลเป็นค่าเสียหายในการทุเลาการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายมาวางศาลมิใช่ให้จำเลยนำหลักประกันมาวางศาล จึงไม่รับสลากออมสินและให้คืนไป และอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงินต่อศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนับถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ สำหรับค่าเสียหายในเดือนต่อ ๆ ไป ให้จำเลยนำมาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นเดือนละครั้งภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน หากผิดนัดเดือนใดก็ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับอีกต่อไป" ภายหลังจากจำเลยทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ขอวางสลากออมสินพิเศษมีมูลค่าตามสลากรวม 200,000 บาท เป็นหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายมาวางศาล มิใช่ให้จำเลยนำหลักประกันมาวางศาลจึงไม่รับสลากออมสิน และให้คืนไป..." มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยวางหลักประกันเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 บัญญัติให้สิทธิคู่ความผู้ขอทุเลาการบังคับที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างนำเงินมาวางต่อศาลชั้นต้นเป็นประกันในการขอทุเลาการบังคับหรือหาหลักประกันมาวาง การนำสลากออมสินพิเศษมาวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมจึงเป็นสิทธิที่จำเลยพึงกระทำได้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับหลักประกันของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า ตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่สั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาล มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่งเป็นเพียงหลักประกันมาวาง จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 คำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยจึงเป็นอันยกไป แต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษมาวางต่อศาลชั้นต้นตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 พอถือได้ว่าเป็นการขอวางหลักประกันเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคสาม ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้แม้จะไม่ได้ขอทุเลาการบังคับก็ตาม ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับหลักประกันที่จำเลยนำมาวางไว้พิจารณาว่าพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษามา ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับหลักประกันที่จำเลยขอวางตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ไว้พิจารณาแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ (เกษม วีรวงศ์-วิรุฬห์ แสงเทียน-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลชั้นต้น - นางสุชา ลัทธิวงศกร คงชาตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเพรา โพอุทัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1680/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2246/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1772/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532854
courts
[
    {
        "court": "ศาลชั้นต้น",
        "judge": "นางสุชา ลัทธิวงศกร คงชาตรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายเพรา โพอุทัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983383"
    }
}
date
2555
deka_no
18532/2555
deka_running_no
18532
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "เกษม วีรวงศ์",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 231"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นายสรัลหรือพิสิษฐ์ วงศ์ศิริวัฒนคุณ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "หรือคนพิเศษ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้องสอด",
        "name": "นางศศิประภา วงศ์ศิริวัฒนคุณ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเกียรติศักดิ์ วงศ์ศิริวัฒนคุณ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบการครอบครองห้องพักในอาคารเอ็มเอ็นแมนชั่น เลขที่ 15/13 ซอยสรรพสิทธิ์ 10 ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่โจทก์ทั้งห้า ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าคนละ 4,000 บาท ต่อเดือนนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 พฤศจิกายน 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบการครอบครองห้องพักให้แก่โจทก์แต่ละคนจนแล้วเสร็จ จำเลยอุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับคดี โจทก์ทั้งห้าคัดค้านการขอทุเลาการบังคับคดี

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยนำค่าเสียหายที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนับถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์ สำหรับค่าเสียหายในเดือนต่อ ๆ ไป ให้จำเลยนำมาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นเดือนละครั้งภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน หากผิดนัดเดือนใด ก็ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีอีกต่อไป ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้จำเลยฟัง และมีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายมาวางศาลภายใน 30 วัน และค่าเสียหายในเดือนต่อ ๆ ไปมาวางศาลชั้นต้นเดือนละครั้งภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน

จำเลยยื่นคำร้องขอนำสลากออมสินพิเศษจำนวนเงิน 200,000 บาท มาวางศาลเป็นค่าเสียหายในการทุเลาการบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายมาวางศาลมิใช่ให้จำเลยนำหลักประกันมาวางศาล จึงไม่รับสลากออมสินและให้คืนไป และอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาวางเงินต่อศาลชั้นต้น

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนับถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ สำหรับค่าเสียหายในเดือนต่อ ๆ ไป ให้จำเลยนำมาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นเดือนละครั้งภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน หากผิดนัดเดือนใดก็ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับอีกต่อไป" ภายหลังจากจำเลยทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ขอวางสลากออมสินพิเศษมีมูลค่าตามสลากรวม 200,000 บาท เป็นหลักประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายมาวางศาล มิใช่ให้จำเลยนำหลักประกันมาวางศาลจึงไม่รับสลากออมสิน และให้คืนไป..."

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยวางหลักประกันเป็นคำสั่งที่ชอบหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 บัญญัติให้สิทธิคู่ความผู้ขอทุเลาการบังคับที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างนำเงินมาวางต่อศาลชั้นต้นเป็นประกันในการขอทุเลาการบังคับหรือหาหลักประกันมาวาง การนำสลากออมสินพิเศษมาวางเป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมจึงเป็นสิทธิที่จำเลยพึงกระทำได้การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับหลักประกันของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า ตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่สั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาล มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่งเป็นเพียงหลักประกันมาวาง จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 คำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยจึงเป็นอันยกไป แต่อย่างไรก็ตาม การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษมาวางต่อศาลชั้นต้นตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 พอถือได้ว่าเป็นการขอวางหลักประกันเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคสาม ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้แม้จะไม่ได้ขอทุเลาการบังคับก็ตาม ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับหลักประกันที่จำเลยนำมาวางไว้พิจารณาว่าพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษารวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมในการฟ้องร้องและการบังคับคดีหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษามา ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นรับหลักประกันที่จำเลยขอวางตามคำร้องฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2552 ไว้พิจารณาแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2246/2549
primary_red_case_no
พ1772/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000388.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1680/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555