คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12264/2555 ฉบับเต็ม

#532870
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12264/2555 บริษัทสยามนิสสันอำนาจเจริญ จำกัด โจทก์ นายวิชัย แฝงบุญ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/28 วรรคสอง, มาตรา 193/35, มาตรา 203 วรรคแรก สำเนาใบกำกับภาษีระบุชื่อจำเลยเป็นลูกค้าทุกฉบับ และยอดหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้มีรายการหักทอนกันระหว่างโจทก์และจำเลยหลายรายการ ระบุยอดสุดท้ายว่าเป็นรายการที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ คงเหลือ 314,965.05 บาท เท่ากับรายการตามหนังสือรับสภาพหนี้ ปรากฏว่ามีการส่งอะไหล่ครั้งสุดท้ายระบุวันที่ 18 ตุลาคม 2540 โดยไม่ปรากฏว่าได้มีกำหนดเวลาชำระค่าอะไหล่กันไว้ ถือว่าเป็นหนี้ที่ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 วรรคแรก ดังนั้น ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะมีอายุความ 2 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย หรือมีอายุความ 5 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ก็เป็นที่เห็นได้ว่า หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2547 เป็นการจัดทำขึ้นหลังจากขาดอายุความแล้ว หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงเป็นการที่จำเลยรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งโจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายใน 2 ปี นับแต่วันทำหนังสือรับสภาพความรับผิดดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/35 ประกอบมาตรา 193/28 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 418,373.51 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 314,965.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาสำเนาใบกำกับภาษีซึ่งระบุชื่อจำเลยเป็นลูกค้าทุกฉบับ โดยนางวิไล กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า เป็นหนี้ค่าอะไหล่ที่โจทก์ส่งให้แก่จำเลยตั้งแต่ปี 2538 ถึง 2540 รายการส่งอะไหล่ครั้งสุดท้าย วันที่ 18 ตุลาคม 2540 และยังเบิกความอีกว่า ยอดหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งมีรายการหักทอนกันระหว่างโจทก์และจำเลยหลายรายการ ระบุยอดสุดท้ายว่า ค่าอะไหล่อู่วิชัยจำนวน 402,965.05 บาท ซึ่งฟังได้ว่าเป็นรายการอะไหล่ของอู่จำเลยหักด้วยค่าซ่อมที่โจทก์จ่ายจำนวน 88,000 บาท เป็นรายการที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ คงเหลือ 314,965.05 บาท เท่ากับรายการตามหนังสือรับสภาพหนี้ โดยไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่าได้มีกำหนดเวลาชำระค่าอะไหล่กันไว้ จึงต้องฟังว่าเป็นหนี้ที่ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคแรก เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2547 ดังนั้น ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะมีอายุความ 2 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย หรือมีอายุความ 5 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ก็เป็นที่เห็นได้ว่า หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจัดทำขึ้นหลังจากขาดอายุความแล้ว หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงเป็นการที่จำเลยรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งโจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายใน 2 ปี นับแต่วันทำหนังสือรับสภาพความรับผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/35 ประกอบมาตรา 193/28 วรรคสอง โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สนอง เล่าศรีวรกต-โสภณ โรจน์อนนท์-เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์) ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายอารัญ วาริชา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสุทธิ นิชโรจน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.579/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1221/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ602/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532870
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ",
        "judge": "นายอารัญ วาริชา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสุทธิ นิชโรจน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984884"
    }
}
date
2555
deka_no
12264/2555
deka_running_no
12264
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "สนอง เล่าศรีวรกต",
    "โสภณ โรจน์อนนท์",
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/28 วรรคสอง",
            "ม. 193/35",
            "ม. 203 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสยามนิสสันอำนาจเจริญ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิชัย แฝงบุญ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 418,373.51 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 314,965.05 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า จำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยในข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า เมื่อพิจารณาสำเนาใบกำกับภาษีซึ่งระบุชื่อจำเลยเป็นลูกค้าทุกฉบับ โดยนางวิไล กรรมการผู้จัดการโจทก์เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า เป็นหนี้ค่าอะไหล่ที่โจทก์ส่งให้แก่จำเลยตั้งแต่ปี 2538 ถึง 2540 รายการส่งอะไหล่ครั้งสุดท้าย วันที่ 18 ตุลาคม 2540 และยังเบิกความอีกว่า ยอดหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งมีรายการหักทอนกันระหว่างโจทก์และจำเลยหลายรายการ ระบุยอดสุดท้ายว่า ค่าอะไหล่อู่วิชัยจำนวน 402,965.05 บาท ซึ่งฟังได้ว่าเป็นรายการอะไหล่ของอู่จำเลยหักด้วยค่าซ่อมที่โจทก์จ่ายจำนวน 88,000 บาท เป็นรายการที่จำเลยต้องชำระให้โจทก์ คงเหลือ 314,965.05 บาท เท่ากับรายการตามหนังสือรับสภาพหนี้ โดยไม่ปรากฏจากทางนำสืบของโจทก์ว่าได้มีกำหนดเวลาชำระค่าอะไหล่กันไว้ จึงต้องฟังว่าเป็นหนี้ที่ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ ซึ่งโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระหนี้ได้โดยพลัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วรรคแรก เมื่อหนังสือรับสภาพหนี้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2547 ดังนั้น ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจะมีอายุความ 2 ปี ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัย หรือมีอายุความ 5 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ก็เป็นที่เห็นได้ว่า หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจัดทำขึ้นหลังจากขาดอายุความแล้ว หนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวจึงเป็นการที่จำเลยรับสภาพความรับผิดโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งโจทก์ต้องฟ้องจำเลยภายใน 2 ปี นับแต่วันทำหนังสือรับสภาพความรับผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/35 ประกอบมาตรา 193/28 วรรคสอง โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1221/2549
primary_red_case_no
พ602/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000401.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.579/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555