คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13826/2555 ฉบับเต็ม

#532885
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13826/2555 นางสาวอรสา สุทธิวงศ์ โจทก์ สำนักงานประกันสังคม จำเลย พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 59 วรรคสอง ประกาศคณะกรรมการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน มาตรา ข้อ 2 การที่แพทย์ลงความเห็นว่าโจทก์มีอาการป่วยเจ็บหนักเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน สมควรเข้ารับการผ่าตัดทันที แต่แพทย์ยังไม่ได้ผ่าตัดในขณะนั้นทันทีเพราะต้องทำการตรวจสอบตามขั้นตอนของการเตรียมการเพื่อความปลอดภัยของการผ่าตัด และทำการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่าผ่าตัดได้แล้ว ระยะเวลาการเตรียมการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดย่อมอยู่ในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกับความฉุกเฉินที่จะต้องผ่าตัดทันทีและย่อมมีต่อเนื่องตลอดมา การที่จะให้โจทก์ซึ่งป่วยเจ็บหนักเช่นนี้มีความคิดที่จะเปลี่ยนเป็นเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ การที่โจทก์เข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลนนทเวชจึงมีเหตุผลสมควรที่ไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 432/2550 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2550 เฉพาะส่วนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2548 โดยให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนทางการแพทย์ตามกฎหมายแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้แก้ไขคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 432/2550 เฉพาะส่วนที่ปฏิเสธการจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลนนทเวชแก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงที่ยังมิได้หักค่าสวัสดิการรักษาพยาบาลจากบริษัทฟูจิคูระ (ประเทศไทย) จำกัด ตามประเภทและอัตราที่กำหนดในข้อ 3.2.2 (2) (ที่ถูก ข้อ 3.1.2 (1)) ของประกาศคณะกรรมการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินลงวันที่ 11 เมษายน 2548 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 23 สิงหาคม 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างบริษัทฟูจิคูระ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประกันตนและมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โจทก์ป่วยเป็นโรคเนื้อเยื่อบุมดลูกเกิดผิดที่ แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าทำอัลตร้าซาวด์แล้ว บันทึกว่าผู้ป่วยขอรักษาด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าท้องและเตรียมเจาะเลือดก่อนผ่าตัด และนัดโจทก์มาฟังผลเลือด - ปัสสาวะ นัดตรวจอีกครั้ง เพื่อนบ้านโจทก์พบโจทก์นอนหมดสติอยู่ในบ้านได้นำส่งโรงพยาบาลนนทเวช ซึ่งอยู่ใกล้บ้านโจทก์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ถ้าจะเดินทางไปโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หากการจราจรไม่ติดขัด โจทก์ถึงโรงพยาบาลนนทเวชตรวจวัดแล้วมีความดันโลหิตที่ 77/47 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือว่ามีอาการป่วยหนักหรือเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน โจทก์จึงวิงเวียนศีรษะและหมดสติ แต่ในวันนั้นแพทย์ยังมิได้ทำการผ่าตัดเพราะก่อนผ่าตัดต้องเตรียมให้ร่างกายผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่จะรับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยจึงให้แพทย์อายุรกรรมตรวจ เมื่อตรวจแล้วพบว่ามีอาการผิดปกติในการทำงานของตับเล็กน้อย ได้ปรึกษาเรื่องความปลอดภัยแล้วแพทย์อายุรกรรมให้ผ่าตัดได้ และได้ทำการผ่าตัดในตอนเย็น มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์เข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลนนทเวช เนื่องจากป่วยเจ็บฉุกเฉินหรือไม่ เห็นว่า เพื่อนบ้านโจทก์พบโจทก์ป่วยนอนหมดสติอาการหนักอยู่ภายในบ้าน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลนนทเวชเพราะเห็นว่าอยู่ใกล้บ้านที่สุด ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที หากนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง การตัดสินใจนำโจทก์ส่งโรงพยาบาลนนทเวชเช่นนี้ย่อมชอบด้วยเหตุผลแล้ว และเมื่อถึงโรงพยาบาลมีการตรวจวัดความดันโลหิตแล้วอยู่ที่ 77/47 มิลลิเมตรปรอท แพทย์ลงความเห็นว่าคนป่วยมีอาการป่วยเจ็บหนักเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน และลงความเห็นสมควรเข้ารับการผ่าตัดทันที แต่แพทย์ยังไม่ได้ทำการผ่าตัดในขณะนั้นทันที เพราะต้องทำการตรวจสอบตามขั้นตอนของการเตรียมการเพื่อความปลอดภัยของการผ่าตัด และทำการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่าผ่าตัดได้แล้ว เช่นนี้ ระยะเวลาของการเตรียมการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดย่อมอยู่ในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกับความฉุกเฉินที่จะต้องผ่าตัดทันทีและย่อมมีต่อเนื่องตลอดมา การที่จะให้โจทก์ซึ่งป่วยเจ็บหนักเช่นนี้มีความคิดที่จะเปลี่ยนเป็นเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ การที่โจทก์เข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลนนทเวชจึงมีเหตุผลสมควรที่ไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-พิทยา บุญชู) ศาลแรงงานกลาง - นางชุติมา จงสงวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก แรงงาน หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ร.561/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ7541/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ2867/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532885
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางชุติมา จงสงวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984523"
    }
}
date
2555
deka_no
13826/2555
deka_running_no
13826
deka_year
2555
department
แรงงาน
judges
[
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "พิทยา บุญชู"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "sections": [
            "ม. 59 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประกาศคณะกรรมการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน",
        "law_abbr": "ประกาศคณะกรรมการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวอรสา สุทธิวงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักงานประกันสังคม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมจังหวัดปทุมธานี และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 432/2550 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2550 เฉพาะส่วนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2548 โดยให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนทางการแพทย์ตามกฎหมายแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้แก้ไขคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 432/2550 เฉพาะส่วนที่ปฏิเสธการจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลนนทเวชแก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงที่ยังมิได้หักค่าสวัสดิการรักษาพยาบาลจากบริษัทฟูจิคูระ (ประเทศไทย) จำกัด ตามประเภทและอัตราที่กำหนดในข้อ 3.2.2 (2) (ที่ถูก ข้อ 3.1.2 (1)) ของประกาศคณะกรรมการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และจำนวนเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินลงวันที่ 11 เมษายน 2548 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 23 สิงหาคม 2550) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างบริษัทฟูจิคูระ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประกันตนและมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โจทก์ป่วยเป็นโรคเนื้อเยื่อบุมดลูกเกิดผิดที่ แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าทำอัลตร้าซาวด์แล้ว บันทึกว่าผู้ป่วยขอรักษาด้วยการผ่าตัดเปิดหน้าท้องและเตรียมเจาะเลือดก่อนผ่าตัด และนัดโจทก์มาฟังผลเลือด - ปัสสาวะ นัดตรวจอีกครั้ง เพื่อนบ้านโจทก์พบโจทก์นอนหมดสติอยู่ในบ้านได้นำส่งโรงพยาบาลนนทเวช ซึ่งอยู่ใกล้บ้านโจทก์ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที ถ้าจะเดินทางไปโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง หากการจราจรไม่ติดขัด โจทก์ถึงโรงพยาบาลนนทเวชตรวจวัดแล้วมีความดันโลหิตที่ 77/47 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือว่ามีอาการป่วยหนักหรือเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน โจทก์จึงวิงเวียนศีรษะและหมดสติ แต่ในวันนั้นแพทย์ยังมิได้ทำการผ่าตัดเพราะก่อนผ่าตัดต้องเตรียมให้ร่างกายผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่จะรับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยจึงให้แพทย์อายุรกรรมตรวจ เมื่อตรวจแล้วพบว่ามีอาการผิดปกติในการทำงานของตับเล็กน้อย ได้ปรึกษาเรื่องความปลอดภัยแล้วแพทย์อายุรกรรมให้ผ่าตัดได้ และได้ทำการผ่าตัดในตอนเย็น

มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์เข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลนนทเวช เนื่องจากป่วยเจ็บฉุกเฉินหรือไม่ เห็นว่า เพื่อนบ้านโจทก์พบโจทก์ป่วยนอนหมดสติอาการหนักอยู่ภายในบ้าน จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลนนทเวชเพราะเห็นว่าอยู่ใกล้บ้านที่สุด ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที หากนำส่งโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง การตัดสินใจนำโจทก์ส่งโรงพยาบาลนนทเวชเช่นนี้ย่อมชอบด้วยเหตุผลแล้ว และเมื่อถึงโรงพยาบาลมีการตรวจวัดความดันโลหิตแล้วอยู่ที่ 77/47 มิลลิเมตรปรอท แพทย์ลงความเห็นว่าคนป่วยมีอาการป่วยเจ็บหนักเข้าข่ายเจ็บป่วยฉุกเฉิน และลงความเห็นสมควรเข้ารับการผ่าตัดทันที แต่แพทย์ยังไม่ได้ทำการผ่าตัดในขณะนั้นทันที เพราะต้องทำการตรวจสอบตามขั้นตอนของการเตรียมการเพื่อความปลอดภัยของการผ่าตัด และทำการผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่าผ่าตัดได้แล้ว เช่นนี้ ระยะเวลาของการเตรียมการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยในการผ่าตัดย่อมอยู่ในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกับความฉุกเฉินที่จะต้องผ่าตัดทันทีและย่อมมีต่อเนื่องตลอดมา การที่จะให้โจทก์ซึ่งป่วยเจ็บหนักเช่นนี้มีความคิดที่จะเปลี่ยนเป็นเข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ การที่โจทก์เข้ารับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลนนทเวชจึงมีเหตุผลสมควรที่ไม่สามารถไปรับบริการทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
พ7541/2550
primary_red_case_no
พ2867/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000398.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ร.561/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555