คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13417/2555 ฉบับเต็ม

#532896
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13417/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง โจทก์ นายมนตรี เฉียบแหลม จำเลย ป.อ. มาตรา 1 (1), มาตรา 334 ผู้เสียหายและจำเลยรู้จักกันก่อนเกิดเหตุ 2 เดือน และเคยทำงานด้วยกัน โดยจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างให้ผู้เสียหายนำต้นกล้ายางไปส่งมอบให้เกษตรกร วันเกิดเหตุผู้เสียหายเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้จำเลยเข้าไปในบ้านและไปนั่งพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บ่งชี้ว่าผู้เสียหายและจำเลยรู้จักและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ขณะที่จำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไป แม้เป็นเรื่องที่กระทำไปโดยพลการแต่ก็มี ถ. น้องเขยของผู้เสียหายรู้เห็น จึงเป็นการเอาไปอย่างเปิดเผย ถ. ยังให้การในชั้นสอบสวนว่า เห็นจำเลยหยิบอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยเข้าใจว่าผู้เสียหายอนุญาตจึงไม่ได้ทักท้วง อันแสดงว่า ถ. ก็เห็นว่าผู้เสียหายกับจำเลยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและจำเลยมิได้กระทำการอย่างใดที่มีพิรุธอันแสดงให้เห็นว่า ต้องการลักอาวุธปืนของผู้เสียหาย ครั้นผู้เสียหายทราบจาก ถ. ว่าจำเลยเอาอาวุธปืนไปและติดต่อสอบถามจำเลยทางโทรศัพท์ จำเลยก็รับว่าเอาอาวุธปืนไปจริงและยังบอกว่าจะนำไปคืนให้ ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่ต้องการลักทรัพย์ของผู้อื่นที่ย่อมปฏิเสธการกระทำของตน แม้จำเลยจะนำอาวุธปืนไปคืนล่าช้าจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่จำเลยมิได้นำอาวุธปืนไปแสวงหาประโยชน์ด้วยการนำไปจำหน่ายหรือก่อหนี้ผูกพันอื่นใด และนำไปคืนผู้เสียหายพร้อมกระสุนปืนครบถ้วน พฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยถือวิสาสะ มิได้มีเจตนาเอาไปโดยทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเอาอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 6.35 หมายเลขทะเบียน 19008978 และกระสุนปืน 5 นัด รวมราคา 35,175 บาท ของผู้เสียหายไป จำเลยมอบหมายให้นายทวี นำอาวุธปืนไปคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายและจำเลยรู้จักกันก่อนเกิดเหตุ 2 เดือน และเคยทำงานด้วยกันโดยจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างให้ผู้เสียหายนำต้นกล้ายางไปส่งมอบให้แก่เกษตรกร วันเกิดเหตุผู้เสียหายยังเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้จำเลยเข้าไปในบ้านและไปนั่งพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บ่งชี้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยรู้จักและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ขณะที่จำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไป แม้เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำไปโดยพลการและมิได้บอกกล่าวผู้เสียหายก่อน แต่ก็มีนายถาวร น้องเขยของผู้เสียหายรู้เห็น จึงเป็นการเอาไปอย่างเปิดเผย นายถาวรยังให้การในชั้นสอบสวนว่า นายถาวรเห็นจำเลยหยิบอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยเข้าใจว่าผู้เสียหายอนุญาตจึงไม่ได้ทักท้วง อันแสดงว่านายถาวรเองก็พบเห็นว่า ผู้เสียหายกับจำเลยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและจำเลยมิได้กระทำการใดที่มีพิรุธอันแสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะลักอาวุธปืนของผู้เสียหาย ครั้นผู้เสียหายทราบจากนายถาวรว่าจำเลยเอาอาวุธปืนไปและติดต่อสอบถามจำเลยทางโทรศัพท์ จำเลยก็รับต่อผู้เสียหายว่าเอาอาวุธปืนไปจริงและยังบอกผู้เสียหายว่าจะนำไปคืนให้ ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่ต้องการลักทรัพย์ของผู้อื่นที่ย่อมปฏิเสธการกระทำของตน แม้จำเลยจะนำอาวุธปืนไปคืนล่าช้าจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่จำเลยก็มิได้นำอาวุธปืนไปแสวงหาประโยชน์ด้วยการนำไปจำหน่ายหรือก่อหนี้ผูกพันอื่นใดและนำไปคืนให้ผู้เสียหายพร้อมกระสุนปืนครบถ้วน ที่จำเลยไม่นำไปคืนให้ด้วยตนเองอาจเกรงกลัวการถูกจับกุมเพราะตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว จึงไม่พอฟังว่าเป็นพิรุธ พฤติการณ์ของจำเลยเชื่อว่าจำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยถือวิสาสะ มิได้มีเจตนาที่จะเอาไปโดยทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พฤษภา พนมยันตร์-อาวุธ ปั้นปรีชา-อธิป จิตต์สำเริง) ศาลจังหวัดนางรอง - นายณัฐพงศ์ พรหมมินทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2129/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ223/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ320/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532896
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนางรอง",
        "judge": "นายณัฐพงศ์ พรหมมินทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายศักดิ์ชัย รังษีวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984635"
    }
}
date
2555
deka_no
13417/2555
deka_running_no
13417
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "อาวุธ ปั้นปรีชา",
    "อธิป จิตต์สำเริง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (1)",
            "ม. 334"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนางรอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมนตรี เฉียบแหลม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยเอาอาวุธปืนสั้น ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 6.35 หมายเลขทะเบียน 19008978 และกระสุนปืน 5 นัด รวมราคา 35,175 บาท ของผู้เสียหายไป จำเลยมอบหมายให้นายทวี นำอาวุธปืนไปคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายว่า ผู้เสียหายและจำเลยรู้จักกันก่อนเกิดเหตุ 2 เดือน และเคยทำงานด้วยกันโดยจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างให้ผู้เสียหายนำต้นกล้ายางไปส่งมอบให้แก่เกษตรกร วันเกิดเหตุผู้เสียหายยังเป็นฝ่ายเชื้อเชิญให้จำเลยเข้าไปในบ้านและไปนั่งพูดคุยกันที่โต๊ะอาหาร บ่งชี้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยรู้จักและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ขณะที่จำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไป แม้เป็นเรื่องที่จำเลยกระทำไปโดยพลการและมิได้บอกกล่าวผู้เสียหายก่อน แต่ก็มีนายถาวร น้องเขยของผู้เสียหายรู้เห็น จึงเป็นการเอาไปอย่างเปิดเผย นายถาวรยังให้การในชั้นสอบสวนว่า นายถาวรเห็นจำเลยหยิบอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยเข้าใจว่าผู้เสียหายอนุญาตจึงไม่ได้ทักท้วง อันแสดงว่านายถาวรเองก็พบเห็นว่า ผู้เสียหายกับจำเลยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและจำเลยมิได้กระทำการใดที่มีพิรุธอันแสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะลักอาวุธปืนของผู้เสียหาย ครั้นผู้เสียหายทราบจากนายถาวรว่าจำเลยเอาอาวุธปืนไปและติดต่อสอบถามจำเลยทางโทรศัพท์ จำเลยก็รับต่อผู้เสียหายว่าเอาอาวุธปืนไปจริงและยังบอกผู้เสียหายว่าจะนำไปคืนให้ ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่ต้องการลักทรัพย์ของผู้อื่นที่ย่อมปฏิเสธการกระทำของตน แม้จำเลยจะนำอาวุธปืนไปคืนล่าช้าจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่จำเลยก็มิได้นำอาวุธปืนไปแสวงหาประโยชน์ด้วยการนำไปจำหน่ายหรือก่อหนี้ผูกพันอื่นใดและนำไปคืนให้ผู้เสียหายพร้อมกระสุนปืนครบถ้วน ที่จำเลยไม่นำไปคืนให้ด้วยตนเองอาจเกรงกลัวการถูกจับกุมเพราะตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว จึงไม่พอฟังว่าเป็นพิรุธ พฤติการณ์ของจำเลยเชื่อว่าจำเลยเอาอาวุธปืนของผู้เสียหายไปโดยถือวิสาสะ มิได้มีเจตนาที่จะเอาไปโดยทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ223/2549
primary_red_case_no
อ320/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000399.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2129/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555