คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11031/2555 ฉบับเต็ม

#532954
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11031/2555 นายบุญถอง พุฒแถลง โจทก์ นายอุเทน ใจปิติ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ป.วิ.พ. มาตรา 87, มาตรา 94, มาตรา 177, มาตรา 183 จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทั้งหมด กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้จะขายในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2547 จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองกุงศรีว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยหายไป จากนั้นไปดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินที่หายไป สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี ออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ให้ ต่อมาปรากฏว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยอยู่ในความครอบครองของโจทก์ คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 กันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 ตามที่โจทก์ฟ้อง ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาอีกข้อหนึ่งว่า การที่จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย และหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมทั้งฉบับ แต่กลับมานำสืบว่า จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายจริง แต่ขณะลงลายมือชื่อยังไม่มีการกรอกข้อความใด ๆ เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไม่อาจรับฟังได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลย 4,000 บาท (วรพจน์ วิไลชนม์-วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์-ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา) ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นางสาวกานดา สิริฤทธิภักดี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายทัศน์พงษ์ เหล่ารักวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2588/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ2500/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ3746/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532954
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์",
        "judge": "นางสาวกานดา สิริฤทธิภักดี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายทัศน์พงษ์ เหล่ารักวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985226"
    }
}
date
2555
deka_no
11031/2555
deka_running_no
11031
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วรพจน์ วิไลชนม์",
    "วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์",
    "ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 456 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 87",
            "ม. 94",
            "ม. 177",
            "ม. 183"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบุญถอง พุฒแถลง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุเทน ใจปิติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ตำบลหนองกุงศรี อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 701 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมทั้งหมด กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในช่องผู้จะขายในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2547 จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองกุงศรีว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยหายไป จากนั้นไปดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินที่หายไป สำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ สาขาหนองกุงศรี ออกใบแทนโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ให้ ต่อมาปรากฏว่าโฉนดที่ดินเลขที่ 701 ของจำเลยอยู่ในความครอบครองของโจทก์

คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 กันหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 701 ตามที่โจทก์ฟ้อง

ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาอีกข้อหนึ่งว่า การที่จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขาย และหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมทั้งฉบับ แต่กลับมานำสืบว่า จำเลยได้ลงลายมือชื่อไว้ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายจริง แต่ขณะลงลายมือชื่อยังไม่มีการกรอกข้อความใด ๆ เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไม่อาจรับฟังได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การว่าลายมือชื่อในหนังสือสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยเป็นเอกสารปลอม คำให้การดังนี้เป็นการปฏิเสธความถูกต้องแท้จริงของหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว นอกจากนั้นยังเป็นการอ้างว่าจำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์หรือไม่ เมื่อคดีฟังได้ว่าลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อขายเป็นของจำเลยแต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นในการเขียนข้อความในหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าว เท่ากับหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวไม่ถูกต้อง จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ดังฟ้อง กรณีจึงไม่เป็นการนำสืบและรับฟังนอกประเด็นที่ให้การ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนจำเลย 4,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
พ2500/2547
primary_red_case_no
พ3746/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000404.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2588/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555