คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6860/2555 ฉบับเต็ม

#532975
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6860/2555 พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว จังหวัดลำปาง โจทก์ นางสาวนิภาพรรณหรือนิภาพันธ์ หล่อวัฒนากูล จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) การกระทำที่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่า เด็กที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมนั้น ประพฤติตนไม่สมควร ซึ่งเด็กประพฤติตนไม่สมควรกฎหมายดังกล่าวมิได้นิยามไว้ ศาลฎีกาเห็นว่า หมายถึง เด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้น ๆ การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ตและเกมยินยอมให้ อ. อายุ 17 ปีเศษ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในร้านจำเลยโดยได้รับค่าบริการ ในเวลากลางวันแม้ไม่ปรากฏว่าเป็นการเปิดภาคเรียนก็มิใช่เป็นการประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยแต่อย่างใด การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะต้องตีความเคร่งครัดไม่อาจตีความขยายให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งเป็นการตีความให้กฎหมายขัดกับสิทธิเสรีภาพของเด็กจนเกินไป มิฉะนั้นแล้วหากผู้ใดให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็จะเป็นความผิดได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 26 (3) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 4, 5, 26, 78 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (ที่ถูก ต้องระบุมาตรา 78 ด้วย) จำคุก 1 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและแจ้งข้อกล่าวหาว่ายุยงส่งเสริมเด็กให้ประพฤติตนไม่สมควรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) ชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาหลายประการว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่าเด็กที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมนั้นประพฤติตนไม่สมควร แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้นิยามคำว่า เด็กประพฤติตนไม่สมควรมีลักษณะอย่างไร ศาลฎีกาเห็นว่าเด็กประพฤติตนไม่สมควรหมายถึง เด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้น ๆ ว่าเป็นการสมควรหรือไม่ การที่จำเลยยินยอมให้นายอภิรักษ์ อายุ 17 ปีเศษ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในร้านของจำเลยโดยได้รับค่าบริการ ย่อมเห็นได้ว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ของนายอภิรักษ์ ในขณะที่มีอายุ 17 ปีเศษ มิใช่เป็นการประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยแต่อย่างใด การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจตีความขยายให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งจะเป็นการขัดกับสิทธิเสรีภาพของเด็กจนเกินไป มิฉะนั้นแล้ว หากผู้ใดให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็จะเป็นความผิดได้ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเงื่อนไขใบอนุญาตให้ฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ก็ต้องไปว่ากล่าวตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 เช่นนี้ ฎีกาของโจทก์จึงหาจำต้องวินิจฉัยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน (วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล-วิชัย เอื้ออังคณากุล-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลจังหวัดลำปางแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นางกาญจนา บุญจันทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชวลิต ลีฬหาวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(อ)173/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น คด32/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น คด5/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532975
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปางแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว",
        "judge": "นางกาญจนา บุญจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายชวลิต ลีฬหาวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081986450"
    }
}
date
2555
deka_no
6860/2555
deka_running_no
6860
deka_year
2555
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "วัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล",
    "วิชัย เอื้ออังคณากุล",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546",
        "sections": [
            "ม. 26 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "จังหวัดลำปาง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวนิภาพรรณหรือนิภาพันธ์ หล่อวัฒนากูล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 4, 5, 26, 78

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) (ที่ถูก ต้องระบุมาตรา 78 ด้วย) จำคุก 1 เดือน และปรับ 20,000 บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยและแจ้งข้อกล่าวหาว่ายุยงส่งเสริมเด็กให้ประพฤติตนไม่สมควรตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) ชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาหลายประการว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26 (3) จะต้องได้ความว่าเด็กที่ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมนั้นประพฤติตนไม่สมควร แต่กฎหมายดังกล่าวไม่ได้นิยามคำว่า เด็กประพฤติตนไม่สมควรมีลักษณะอย่างไร ศาลฎีกาเห็นว่าเด็กประพฤติตนไม่สมควรหมายถึง เด็กประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยของเด็กในขณะนั้น ๆ ว่าเป็นการสมควรหรือไม่ การที่จำเลยยินยอมให้นายอภิรักษ์ อายุ 17 ปีเศษ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ในร้านของจำเลยโดยได้รับค่าบริการ ย่อมเห็นได้ว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ของนายอภิรักษ์ ในขณะที่มีอายุ 17 ปีเศษ มิใช่เป็นการประพฤติตนไม่สมควรแก่วัยแต่อย่างใด การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ไม่อาจตีความขยายให้เป็นผลร้ายแก่จำเลย ทั้งจะเป็นการขัดกับสิทธิเสรีภาพของเด็กจนเกินไป มิฉะนั้นแล้ว หากผู้ใดให้เด็กเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็จะเป็นความผิดได้ หากการกระทำของจำเลยเป็นความผิดเงื่อนไขใบอนุญาตให้ฉายหรือให้บริการซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ ก็ต้องไปว่ากล่าวตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นอ้าง ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 เช่นนี้ ฎีกาของโจทก์จึงหาจำต้องวินิจฉัยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
คด32/2551
primary_red_case_no
คด5/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000415.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(อ)173/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555