คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19672/2555 ฉบับเต็ม

#532999
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19672/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายอุทัยหรือโก๋น แสงเกตุ จำเลย ป.อ. มาตรา 288, มาตรา 289 ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคท้าย แม้บันทึกคำรับสารภาพจำเลยกระทำขึ้นเนื่องจากจำเลยถูกจับในคดีอื่น แต่ในบันทึกนั้นจำเลยก็ได้กล่าวถึงการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย อันมีลักษณะเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่า จำเลยผู้ถูกจับกุมได้กระทำความผิด จึงต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคท้าย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 289, 288, 91, 80, 58, 33, 32 ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง และบวกโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 213/2551 ของศาลจังหวัดสระแก้ว เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4746/2551 และ 6190/2551 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 288 ประกอบมาตรา 80, 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย จำคุก 6 เดือน ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับฐานพยายามฆ่าผู้อื่นลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย จำคุก 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2288/2552 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2040/2552 ของศาลชั้นต้น มีคำพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ และคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จึงไม่อาจบวกโทษได้ ให้ยกคำขอ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. ยิงนายฉัตรชัย ผู้ตาย และนางนพวรรณ ผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกผู้ตายและผู้เสียหายหลายนัดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย และความผิดฐานพาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลจะรับฟังบันทึกคำรับสารภาพได้หรือไม่ เห็นว่า แม้บันทึกดังกล่าวจำเลยกระทำขึ้นเนื่องจากจำเลยถูกจับในคดีอื่น แต่ในบันทึกจำเลยได้กล่าวถึงการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย อันมีลักษณะเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่าจำเลยผู้ถูกจับกุมได้กระทำความผิดจึงห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 84 วรรคท้าย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษายืน (สบโชค สุขารมณ์-พฤษภา พนมยันตร์-อธิป จิตต์สำเริง) ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายสมชาย จันทร์นาค ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3261/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ6189/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5010/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
532999
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรสาคร",
        "judge": "นายสมชาย จันทร์นาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983141"
    }
}
date
2555
deka_no
19672/2555
deka_running_no
19672
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "อธิป จิตต์สำเริง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 288",
            "ม. 289"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 84 วรรคท้าย"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอุทัยหรือโก๋น แสงเกตุ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371, 289, 288, 91, 80, 58, 33, 32 ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง และบวกโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 213/2551 ของศาลจังหวัดสระแก้ว เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 4746/2551 และ 6190/2551 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 288 ประกอบมาตรา 80, 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย จำคุก 6 เดือน ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับฐานพยายามฆ่าผู้อื่นลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย จำคุก 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (1) เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ริบปลอกกระสุนปืนของกลาง นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2288/2552 ของศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2040/2552 ของศาลชั้นต้น มีคำพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ และคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จึงไม่อาจบวกโทษได้ ให้ยกคำขอ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. ยิงนายฉัตรชัย ผู้ตาย และนางนพวรรณ ผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกผู้ตายและผู้เสียหายหลายนัดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมาย และความผิดฐานพาอาวุธปืนไปโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลจะรับฟังบันทึกคำรับสารภาพได้หรือไม่ เห็นว่า แม้บันทึกดังกล่าวจำเลยกระทำขึ้นเนื่องจากจำเลยถูกจับในคดีอื่น แต่ในบันทึกจำเลยได้กล่าวถึงการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย อันมีลักษณะเป็นถ้อยคำรับสารภาพว่าจำเลยผู้ถูกจับกุมได้กระทำความผิดจึงห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 84 วรรคท้าย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ6189/2551
primary_red_case_no
อ5010/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000386.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3261/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555