คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14163/2555 ฉบับเต็ม

#533002
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14163/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายณัฐพร แสงวงศ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้ต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงต้องถือว่าความผิดตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดตาม ป.อ. มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 283 ทวิ, 319 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก, 319 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 2 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็เป็นการรับสารภาพที่ไม่มีความผิด และถือไม่ได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลล่างทั้งสองประทับฟ้องและลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ และถือว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เป็นความผิดต่อเนื่องเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ ก็ยังมิได้มีการสอบสวนด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเช่นกันนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ต่อมาวันที่ 13 เมษายน 2554 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยและทำการสอบสวนแล้ว ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากวันที่จำเลยกระทำผิด 1 ปี ก็มิได้หมายความว่าผู้เสียหายเพิ่งไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 13 เมษายน 2554 หรือวันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดนับถึงวันที่ 13 เมษายน 2554 เป็นเวลาเกินกว่าสามเดือนแล้ว เพราะกรณีเป็นไปได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในกำหนดอายุความแล้ว ต่อมาจึงได้ตัวจำเลยมาดำเนินคดีและมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยในภายหลังซึ่งเป็นเวลาเกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยกระทำความผิด และในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนั้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้ต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงต้องถือว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ และที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธงชัย เสนามนตรี-อภิรัตน์ ลัดพลี-พศวัจณ์ กนกนาก) ศาลจังหวัดสกลนคร - นางสาวสุนิธยา แจ่มจันทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายอมรเทพ การะโชติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3402/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1565/2554 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1698/2554 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
533002
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสกลนคร",
        "judge": "นางสาวสุนิธยา แจ่มจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายอมรเทพ การะโชติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984401"
    }
}
date
2555
deka_no
14163/2555
deka_running_no
14163
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธงชัย เสนามนตรี",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "พศวัจณ์ กนกนาก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายณัฐพร แสงวงศ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 283 ทวิ, 319

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก, 319 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 2 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็เป็นการรับสารภาพที่ไม่มีความผิด และถือไม่ได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลล่างทั้งสองประทับฟ้องและลงโทษจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ และถือว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เป็นความผิดต่อเนื่องเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ ก็ยังมิได้มีการสอบสวนด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเช่นกันนั้น เห็นว่า แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ต่อมาวันที่ 13 เมษายน 2554 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่จำเลยและทำการสอบสวนแล้ว ซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากวันที่จำเลยกระทำผิด 1 ปี ก็มิได้หมายความว่าผู้เสียหายเพิ่งไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 13 เมษายน 2554 หรือวันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดนับถึงวันที่ 13 เมษายน 2554 เป็นเวลาเกินกว่าสามเดือนแล้ว เพราะกรณีเป็นไปได้ว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายในกำหนดอายุความแล้ว ต่อมาจึงได้ตัวจำเลยมาดำเนินคดีและมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยในภายหลังซึ่งเป็นเวลาเกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยกระทำความผิด และในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ โจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ดังนั้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพโดยมิได้ต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด จึงต้องถือว่าความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 ทวิ วรรคแรก และเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนในความผิดฐานดังกล่าว ดังนี้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ และที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1565/2554
primary_red_case_no
อ1698/2554
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000397.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3402/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555