คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13838/2555 ฉบับเต็ม

#533018
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13838/2555 นายทวีเดช กสิศิลป์ โจทก์ นางเอมอร ปรปักษ์ประลัย กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 358, มาตรา 362, มาตรา 365 ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) คดีก่อนศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ท. โจทก์มิใช่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 วรรคสอง ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 เห็นได้ว่า คดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยทั้งสามตามข้อกล่าวหาของโจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำพิพากษาที่ได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ระงับสิ้นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 358, 362, 365 (2) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยโจทก์และจำเลยทั้งสามมิได้ฎีกาโต้เถียงกันเป็นอย่างอื่นว่า พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรีได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามคดีนี้เป็นจำเลยต่อศาลแขวงนนทบุรีในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และคดีดังกล่าวศาลแขวงนนทบุรีพิพากษายกฟ้องตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 และคดีที่สุดแล้ว มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามในคดีนี้และคดีก่อนเป็นความผิดคนละตอนคนละเจตนากัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า คดีดังกล่าวพนักงานอัยการโจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามทำให้เสียทรัพย์บ้านพิพาทในคดีนี้ ส่วนคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 เวลาประมาณ 13 นาฬิกา จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ซึ่งบ้านพิพาทหลังเดียวกันและการบุกรุกก็เป็นการบุกรุกเข้าไปเพื่อรื้อถอนบ้านพิพาทในวันเดียวกัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสามในความผิดทั้งสองคดีจึงเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องไม่ขาดตอน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสามที่โจทก์บรรยายฟ้องคดีนี้และคดีก่อนเป็นการกระทำอันเดียวกัน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยวินิจฉัยเพียงว่า นายทวีเดช โจทก์มิใช่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรคสอง ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยทั้งสามตามข้อกล่าวหาของโจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำพิพากษาที่ได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีมานั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และเมื่อฟังว่าฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ในข้อต่อมาที่ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นสมควรให้การวินิจฉัยเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี (อาวุธ ปั้นปรีชา-วิรุฬห์ แสงเทียน-ปดารณี ลัดพลี) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายทรงพล อยู่สำราญ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายรัถยา สัตยาบัน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.681/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4375/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1967/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
533018
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายทรงพล อยู่สำราญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายรัถยา สัตยาบัน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984522"
    }
}
date
2555
deka_no
13838/2555
deka_running_no
13838
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อาวุธ ปั้นปรีชา",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ปดารณี ลัดพลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 358",
            "ม. 362",
            "ม. 365"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายทวีเดช กสิศิลป์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเอมอร ปรปักษ์ประลัย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 358, 362, 365 (2)

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยโจทก์และจำเลยทั้งสามมิได้ฎีกาโต้เถียงกันเป็นอย่างอื่นว่า พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรีได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามคดีนี้เป็นจำเลยต่อศาลแขวงนนทบุรีในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และคดีดังกล่าวศาลแขวงนนทบุรีพิพากษายกฟ้องตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 และคดีที่สุดแล้ว มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามในคดีนี้และคดีก่อนเป็นความผิดคนละตอนคนละเจตนากัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า คดีดังกล่าวพนักงานอัยการโจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามทำให้เสียทรัพย์บ้านพิพาทในคดีนี้ ส่วนคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 เวลาประมาณ 13 นาฬิกา จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ซึ่งบ้านพิพาทหลังเดียวกันและการบุกรุกก็เป็นการบุกรุกเข้าไปเพื่อรื้อถอนบ้านพิพาทในวันเดียวกัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสามในความผิดทั้งสองคดีจึงเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องไม่ขาดตอน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสามที่โจทก์บรรยายฟ้องคดีนี้และคดีก่อนเป็นการกระทำอันเดียวกัน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยวินิจฉัยเพียงว่า นายทวีเดช โจทก์มิใช่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรคสอง ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยทั้งสามตามข้อกล่าวหาของโจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำพิพากษาที่ได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีมานั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และเมื่อฟังว่าฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ในข้อต่อมาที่ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นสมควรให้การวินิจฉัยเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4375/2543
primary_red_case_no
อ1967/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000398.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.681/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555