คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14528/2555 ฉบับเต็ม

#533727
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14528/2555 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นางกาญจนา หนองคาย จำเลย ป.อ. มาตรา 91, มาตรา 268 จำเลยนำใบถอนเงินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมรวม 17 ฉบับ ไปแสดงขอถอนเงินต่อพนักงานธนาคาร ก. สาขาอุทัยธานี ในใบถอนเงินดังกล่าวระบุวันที่จำเลยนำไปใช้ถอนเงินเป็นวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 โดยนำใบถอนเงินฉบับลงวันที่ เดือน ปีเดียวกันหลายฉบับไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกัน แยกเป็น 6 วัน จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมรวม 6 กรรม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 17 กระทง เป็นจำคุก 102 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 75 เดือน 15 วัน ยกฟ้องข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 36 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 24 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม 17 กรรม ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนี้ ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ ในประเทศไทย โดยเป็นผู้ประสานงานระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี. ซี. เอฟ ในประเทศไทยมอบหมายให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ บี เอส คอนซัลแตนท์ ตรวจสอบบัญชีของโครงการพัฒนาเด็กของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี. ซี. เอฟ ในประเทศไทยในจังหวัดอุทัยธานี จากการตรวจสอบพบว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ตามฟ้องในวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 และในใบถอนเงินที่มีการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวปรากฏว่าลายมือชื่อของนายวีรพงศ์ นางสาวเบญจวรรณ นายเสถียร นายกฤช นายขจร นายชูชาติ นายไพโรจน์ นายธานี และนายสวิง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกถอนเงิน ในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีและในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีผู้มอบฉันทะเป็นลายมือชื่อปลอม ส่วนลายมือชื่อในช่องผู้รับมอบฉันทะและผู้รับเงินในใบถอนเงิน ดังกล่าวเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของจำเลย จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมด้วยการนำใบถอนเงินปลอมและใบมอบฉันทะปลอมข้างต้นไปใช้ถอนเงินต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ตามที่กล่าวอ้างมาตอนต้นแยกเป็น 6 ครั้ง โดยรวมใบถอนเงินฉบับที่ลงวันที่ เดือน ปีเดียวกัน นำไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกัน สำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คู่ความไม่อุทธรณ์ ความผิดฐานนี้จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า จำเลยนำใบถอนเงินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมไปแสดงขอถอนเงินต่อพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ในใบถอนเงินดังกล่าวระบุวันที่จำเลยนำไปใช้ถอนเงิน เป็นวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 โดยนำใบถอนเงินฉบับลงวันที่ เดือน ปีเดียวกันหลายฉบับไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกันแยกเป็น 6 วัน ดังกล่าวข้างต้น จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมรวม 6 กรรม ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (อนันต์ ชุมวิสูตร-ชัยยุทธ ศรีจำนงค์-สมชาติ ธัญญาวินิชกุล) ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายธนศักดิ์ ใจหาญ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายเผด็จ ชมพานิชย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4798/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1234/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ599/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
533727
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุทัยธานี",
        "judge": "นายธนศักดิ์ ใจหาญ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายเผด็จ ชมพานิชย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984186"
    }
}
date
2555
deka_no
14528/2555
deka_running_no
14528
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "ชัยยุทธ ศรีจำนงค์",
    "สมชาติ ธัญญาวินิชกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91",
            "ม. 268"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกาญจนา หนองคาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 265 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามมาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 17 กระทง เป็นจำคุก 102 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามมาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 75 เดือน 15 วัน ยกฟ้องข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 6 กระทง เป็นจำคุก 36 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา 78 คงจำคุก 24 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม 17 กรรม ซึ่งการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนี้ ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยเป็นลูกจ้างชั่วคราวของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ ในประเทศไทย โดยเป็นผู้ประสานงานระดับจังหวัด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี. ซี. เอฟ ในประเทศไทยมอบหมายให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ บี เอส คอนซัลแตนท์ ตรวจสอบบัญชีของโครงการพัฒนาเด็กของมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี. ซี. เอฟ ในประเทศไทยในจังหวัดอุทัยธานี จากการตรวจสอบพบว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ตามฟ้องในวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 และในใบถอนเงินที่มีการเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวปรากฏว่าลายมือชื่อของนายวีรพงศ์ นางสาวเบญจวรรณ นายเสถียร นายกฤช นายขจร นายชูชาติ นายไพโรจน์ นายธานี และนายสวิง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อเบิกถอนเงิน ในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีและในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีผู้มอบฉันทะเป็นลายมือชื่อปลอม ส่วนลายมือชื่อในช่องผู้รับมอบฉันทะและผู้รับเงินในใบถอนเงิน ดังกล่าวเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของจำเลย จำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมด้วยการนำใบถอนเงินปลอมและใบมอบฉันทะปลอมข้างต้นไปใช้ถอนเงินต่อธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ตามที่กล่าวอ้างมาตอนต้นแยกเป็น 6 ครั้ง โดยรวมใบถอนเงินฉบับที่ลงวันที่ เดือน ปีเดียวกัน นำไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกัน สำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คู่ความไม่อุทธรณ์ ความผิดฐานนี้จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่า จำเลยนำใบถอนเงินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิปลอมไปแสดงขอถอนเงินต่อพนักงานธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี ในใบถอนเงินดังกล่าวระบุวันที่จำเลยนำไปใช้ถอนเงิน เป็นวันที่ 14 และ 18 มกราคม 2545 วันที่ 23 เมษายน 2545 วันที่ 9, 16 และ 23 พฤษภาคม 2545 โดยนำใบถอนเงินฉบับลงวันที่ เดือน ปีเดียวกันหลายฉบับไปยื่นต่อธนาคารพร้อมกันแยกเป็น 6 วัน ดังกล่าวข้างต้น จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอมรวม 6 กรรม ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1234/2546
primary_red_case_no
อ599/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000395.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4798/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555