คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2536/2556 ฉบับเต็ม

#537958
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2536/2556 บริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด โจทก์ นางล้าน สว่างแสง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 422, มาตรา 448 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 71 (1) การฟ้องคดีของโจทก์ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์ หาได้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองซึ่งฟ้องแย้งด้วยไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองฟ้องแย้งพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายร่วมกันชำระค่าเสียหาย 294,958 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 274,590 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้โจทก์ชำระค่าเสียหาย 276,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าเสียหาย 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท แต่ทั้งนี้จำเลยทั้งสองไม่ต้องร่วมกันรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายสุข ผู้ตายที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสองให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องแย้งให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า นายสุทธิมล พนักงานขับรถยนต์โดยสารของโจทก์ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 7154 นครราชสีมาจากจังหวัดมุกดาหารมุ่งหน้าไปจังหวัดยโสธร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองตัดกับถนนวารีราชเดช รถยนต์คันดังกล่าวได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 0578 ยโสธร ซึ่งนายสุข เป็นคนขับ รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนนายสุขถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดเหตุเดียวกัน การฟ้องคดีของโจทก์ย่อมทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เมื่อจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อายุความในการเรียกค่าเสียหายของจำเลยทั้งสองจึงต้องสะดุดหยุดลงด้วยนั้น เห็นว่า แม้การฟ้องคดีของโจทก์และการฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจะเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดเหตุเดียวกัน แต่การที่จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งโจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าหนี้ ส่วนโจทก์เป็นลูกหนี้ โจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงเป็นคนละฝ่ายกัน การฟ้องคดีของโจทก์ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์ หาได้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองซึ่งฟ้องแย้งด้วยไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองฟ้องแย้งพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (รัตน กองแก้ว-อร่าม แย้มสอาด-กษิดิ์เดช จีนสลุต) ศาลจังหวัดยโสธร - นายสัมฤทธิ์ ทินบุตร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสุนทร เฟื่องวิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1965/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ629/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1232/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
537958
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นายสัมฤทธิ์ ทินบุตร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายสุนทร เฟื่องวิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982219"
    }
}
date
2556
deka_no
2536/2556
deka_running_no
2536
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "รัตน กองแก้ว",
    "อร่าม แย้มสอาด",
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 422",
            "ม. 448 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 71 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางล้าน สว่างแสง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมของผู้ตายร่วมกันชำระค่าเสียหาย

294,958 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 274,590 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและพิพากษาให้โจทก์ชำระค่าเสียหาย 276,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2552 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าเสียหาย 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยทั้งสอง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท แต่ทั้งนี้จำเลยทั้งสองไม่ต้องร่วมกันรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายสุข ผู้ตายที่ตกทอดได้แก่จำเลยทั้งสองให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องแย้งให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังเป็นยุติว่า นายสุทธิมล พนักงานขับรถยนต์โดยสารของโจทก์ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 7154 นครราชสีมาจากจังหวัดมุกดาหารมุ่งหน้าไปจังหวัดยโสธร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณสี่แยกถนนเลี่ยงเมืองตัดกับถนนวารีราชเดช รถยนต์คันดังกล่าวได้เฉี่ยวชนกับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80 - 0578 ยโสธร ซึ่งนายสุข เป็นคนขับ รถยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนนายสุขถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองต่างฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดเหตุเดียวกัน การฟ้องคดีของโจทก์ย่อมทำให้อายุความสะดุดหยุดลง เมื่อจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อายุความในการเรียกค่าเสียหายของจำเลยทั้งสองจึงต้องสะดุดหยุดลงด้วยนั้น เห็นว่า แม้การฟ้องคดีของโจทก์และการฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจะเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดเหตุเดียวกัน แต่การที่จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งโจทก์เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าหนี้ ส่วนโจทก์เป็นลูกหนี้ โจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงเป็นคนละฝ่ายกัน การฟ้องคดีของโจทก์ซึ่งทำให้อายุความสะดุดหยุดลงย่อมเป็นคุณเฉพาะแก่ฝ่ายโจทก์ หาได้เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองซึ่งฟ้องแย้งด้วยไม่ เมื่อจำเลยทั้งสองฟ้องแย้งพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยทั้งสองรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคหนึ่ง

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ629/2552
primary_red_case_no
พ1232/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000378.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1965/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556