คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2556 ฉบับเต็ม

#537964
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2556 บริษัทเจแอนด์ดับบลิว ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด ผู้ร้อง บริษัทชูจักร์ก่อสร้าง จำกัด ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านได้ทำงานเสร็จตามสัญญาแล้ว จึงชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระเงินค่าจ้างที่ยังค้างกับคืนเงินประกันผลงานให้แก่ผู้คัดค้าน คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้คัดค้านได้ทำงานแล้วเสร็จและมีสิทธิได้รับสินจ้างตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อสัญญา จึงไม่มีเหตุให้ศาลสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านยังทำงานไม่เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเพราะมัณฑนากรหรือผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง คือ ผู้ร้อง ยังไม่ได้ออกหนังสือให้แก่ผู้คัดค้าน อันเป็นการเข้าไปวินิจฉัยเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะ แล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวมานั้น จึงไม่ชอบ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 5/2549 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 88/2550 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน ในข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 5/2549 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 88/2550 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 ผู้ร้องทำสัญญาว่าจ้างผู้คัดค้านตกแต่งภายในอาคารชั้น 15 ถึง 16 โครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 17 มกราคม 2549 ผู้คัดค้านเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ขอให้วินิจฉัยให้ผู้ร้องจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาเนื่องจากผู้คัดค้านทำงานเสร็จแล้ว ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องมิได้ผิดสัญญา แต่ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญาและทิ้งงานจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างอีก พร้อมทั้งเรียกร้องแย้งให้ผู้คัดค้านชดใช้เงินค่าจ้างซึ่งผู้ร้องจ้างผู้อื่นให้เข้าทำงานแทนผู้คัดค้าน คณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาแล้วมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระเงินให้แก่ผู้คัดค้าน 6,107,661.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ยื่นข้อเรียกร้อง ตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการท้ายคำร้อง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า ตามคำร้องของผู้ร้องมีเหตุที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องว่า สัญญาจ้างระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านข้อ 25 กำหนดว่า หากมีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ และผู้คัดค้านได้เสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ว่า ผู้ร้องไม่ชำระเงินค่าจ้างส่วนที่เหลืออีก 6,910,928.90 บาท เงินประกันผลงาน 686,915.90 บาท กับเงินประกันผลงานซึ่งผู้ร้องได้จ้างผู้คัดค้านทำงานในส่วนที่ผู้รับจ้างอื่นทิ้งงานไว้ 46,417.01 บาท พร้อมดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันยื่นเสนอข้อพิพาท 518,275 บาท รวมเป็นเงิน 8,161,536.81 บาท ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่ผู้คัดค้านทำงานไม่เสร็จตามสัญญาและทิ้งงาน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินใด ๆ อีก และเรียกร้องแย้งให้ผู้คัดค้านชดใช้เงินค่าจ้างและเงินค่าปรับรวมเป็นเงิน 16,669,800 บาท คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านได้ทำงานเสร็จตามสัญญาแล้ว จึงชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระเงินค่าจ้างที่ยังค้างกับคืนเงินประกันผลงานให้แก่ผู้คัดค้านรวมเป็นเงิน 6,107,661.80 บาท คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดผู้คัดค้านได้ทำงานแล้วเสร็จและมีสิทธิได้รับสินจ้างตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อสัญญา จึงไม่มีเหตุให้ศาลสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวตามคำร้องของผู้ร้องได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านยังทำงานไม่เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเพราะมัณฑนากรหรือผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง คือ ผู้ร้อง ยังไม่ได้ออกหนังสือให้แก่ผู้คัดค้าน อันเป็นการเข้าไปวินิจฉัยเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะแล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของผู้คัดค้านอีกเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (พฤษภา พนมยันตร์-อาวุธ ปั้นปรีชา-อธิป จิตต์สำเริง) ศาลจังหวัดพระโขนง - นายธวัชชัย แสงอรุณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1180/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1996/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ13017/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
537964
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระโขนง",
        "judge": "นายธวัชชัย แสงอรุณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982334"
    }
}
date
2556
deka_no
1875/2556
deka_running_no
1875
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "อาวุธ ปั้นปรีชา",
    "อธิป จิตต์สำเริง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 40 วรรคสาม (1) (ง)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทเจแอนด์ดับบลิว ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทชูจักร์ก่อสร้าง จำกัด"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 5/2549 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 88/2550 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้าน ในข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 5/2549 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 88/2550 ของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2546 ผู้ร้องทำสัญญาว่าจ้างผู้คัดค้านตกแต่งภายในอาคารชั้น 15 ถึง 16 โครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ ซอยทองหล่อ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ต่อมาวันที่ 17 มกราคม 2549 ผู้คัดค้านเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ขอให้วินิจฉัยให้ผู้ร้องจ่ายเงินค่าจ้างตามสัญญาเนื่องจากผู้คัดค้านทำงานเสร็จแล้ว ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องมิได้ผิดสัญญา แต่ผู้คัดค้านเป็นฝ่ายผิดสัญญาและทิ้งงานจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างอีก พร้อมทั้งเรียกร้องแย้งให้ผู้คัดค้านชดใช้เงินค่าจ้างซึ่งผู้ร้องจ้างผู้อื่นให้เข้าทำงานแทนผู้คัดค้าน คณะอนุญาโตตุลาการพิจารณาแล้วมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระเงินให้แก่ผู้คัดค้าน 6,107,661.80 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ยื่นข้อเรียกร้อง ตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการท้ายคำร้อง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านว่า ตามคำร้องของผู้ร้องมีเหตุที่ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องว่า สัญญาจ้างระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านข้อ 25 กำหนดว่า หากมีข้อพิพาทหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ และผู้คัดค้านได้เสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ว่า ผู้ร้องไม่ชำระเงินค่าจ้างส่วนที่เหลืออีก 6,910,928.90 บาท เงินประกันผลงาน 686,915.90 บาท กับเงินประกันผลงานซึ่งผู้ร้องได้จ้างผู้คัดค้านทำงานในส่วนที่ผู้รับจ้างอื่นทิ้งงานไว้ 46,417.01 บาท พร้อมดอกเบี้ยของเงินค่าจ้างนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันยื่นเสนอข้อพิพาท 518,275 บาท รวมเป็นเงิน 8,161,536.81 บาท ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่ผู้คัดค้านทำงานไม่เสร็จตามสัญญาและทิ้งงาน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินใด ๆ อีก และเรียกร้องแย้งให้ผู้คัดค้านชดใช้เงินค่าจ้างและเงินค่าปรับรวมเป็นเงิน 16,669,800 บาท คณะอนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านได้ทำงานเสร็จตามสัญญาแล้ว จึงชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระเงินค่าจ้างที่ยังค้างกับคืนเงินประกันผลงานให้แก่ผู้คัดค้านรวมเป็นเงิน 6,107,661.80 บาท คำวินิจฉัยชี้ขาดนี้จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดผู้คัดค้านได้ทำงานแล้วเสร็จและมีสิทธิได้รับสินจ้างตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อสัญญา จึงไม่มีเหตุให้ศาลสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวตามคำร้องของผู้ร้องได้ ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านยังทำงานไม่เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเพราะมัณฑนากรหรือผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง คือ ผู้ร้อง ยังไม่ได้ออกหนังสือให้แก่ผู้คัดค้าน อันเป็นการเข้าไปวินิจฉัยเนื้อหาในประเด็นข้อพิพาทที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุญาโตตุลาการโดยเฉพาะแล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าวมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของผู้คัดค้านอีกเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1996/2551
primary_red_case_no
พ13017/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000379.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1180/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556