คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2556 ฉบับเต็ม

#537967
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2556 นายอารินทร์ อัจฉริยสุชา โจทก์ พันตำรวจเอกศิริ วิบุลสันติ โดย นางอรพินท์ วิบุลสันติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน ผู้ร้อง บริษัทเจ็ดรินโปรเจ็ค แพลน จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 319, มาตรา 320 วรรคสี่ เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่าย อันเป็นบัญชีส่วนเฉลี่ยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 319 แล้ว ผู้ร้องยื่นคำแถลงคัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยืนยันตามบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งนั้นต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 320 วรรคสี่ ในตอนท้ายบัญญัติให้คำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุดนั้น ย่อมหมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นที่เกี่ยวด้วยคำร้องคัดค้านของผู้ร้องที่ยื่นไว้ตามบทบัญญัติในวรรคสี่นั่นเอง มิใช่ถึงที่สุดแต่เพียงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่าเจ้าหนี้ไม่ไปตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ผู้ร้องฎีกาเท่านั้น ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้ร้อง คดีของผู้ร้องที่คัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถึงที่สุดและต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 893,066 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 464,176 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 81608, 81612 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 81669 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ดินทั้งสามแปลงมีชื่อจำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 881/2546 ของศาลชั้นต้น ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายการรับ-จ่าย ครั้งที่ 1 ผู้ร้องคัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าวว่าไม่ถูกต้อง เพราะทรัพย์ที่ยึดทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ 1แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าที่ดินเท่านั้นที่เป็นของจำเลยที่ 1 ส่วนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นของจำเลยที่ 2 และผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ไม่อาจเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ได้ จึงมีคำสั่งยืนยันตามบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายรับ - รายจ่าย ครั้งที่ 1 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ถูกต้อง ผู้ร้องมีสิทธิเข้าเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินทั้งหมด เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นบริษัทเดียวกันหรือบริษัทในเครือเดียวกัน เป็นตัวแทนซึ่งกันและกัน จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนก่อสร้างอาคารบนที่ดินของจำเลยที่ 1 สิ่งปลูกสร้างจึงเป็นส่วนควบของที่ดินและเป็นของจำเลยที่ 1 ที่ผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายรับรายจ่ายใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า บัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายรับ-จ่าย ครั้งที่ 1 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีถูกต้องแล้ว ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 สิ่งปลูกสร้างมิได้เป็นส่วนควบของที่ดินของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย นางอรพินท์ ทายาท ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องเพียงว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องคัดค้านของผู้ร้องนั้น ถึงที่สุดแล้วหรือไม่ เห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่าย ครั้งที่ 1 อันเป็นบัญชีส่วนเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 319 แล้ว ผู้ร้องยื่นคำแถลงคัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยืนยันตามบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าว ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องคัดค้านคำสั่งนั้นต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 320 วรรคสี่ ในตอนท้ายบัญญัติให้คำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุดนั้น ย่อมหมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นที่เกี่ยวด้วยคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้ร้องที่ยื่นไว้ตามบทบัญญัติในวรรคสี่นั่นเอง มิใช่ถึงที่สุดแต่เพียงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่าเจ้าหนี้ไม่ไปตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ผู้ร้องฎีกาเท่านั้น ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้ร้องเสียแล้ว คดีของผู้ร้องที่คัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถึงที่สุดและต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี-วิวรรต นิ่มละมัย) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายสมศักดิ์ ทิมพิทักษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1701/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ828/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1877/2543 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
537967
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ทิมพิทักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081982440"
    }
}
date
2556
deka_no
1574/2556
deka_running_no
1574
deka_year
2556
department
แผนก
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี",
    "วิวรรต นิ่มละมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 319",
            "ม. 320 วรรคสี่"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอารินทร์ อัจฉริยสุชา"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "พันตำรวจเอกศิริ วิบุลสันติ โดย"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางอรพินท์ วิบุลสันติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเจ็ดรินโปรเจ็ค แพลน จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 893,066 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 464,176 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 81608, 81612 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินโฉนดเลขที่ 81669 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยที่ดินทั้งสามแปลงมีชื่อจำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 881/2546 ของศาลชั้นต้น ยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวและจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายการรับ-จ่าย ครั้งที่ 1 ผู้ร้องคัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าวว่าไม่ถูกต้อง เพราะทรัพย์ที่ยึดทั้งหมดเป็นของจำเลยที่ 1แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าที่ดินเท่านั้นที่เป็นของจำเลยที่ 1 ส่วนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นของจำเลยที่ 2 และผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ไม่อาจเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ 2 ได้ จึงมีคำสั่งยืนยันตามบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าว

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า บัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายรับ - รายจ่าย ครั้งที่ 1 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ถูกต้อง ผู้ร้องมีสิทธิเข้าเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินทั้งหมด เนื่องจากจำเลยทั้งสองเป็นบริษัทเดียวกันหรือบริษัทในเครือเดียวกัน เป็นตัวแทนซึ่งกันและกัน จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนก่อสร้างอาคารบนที่ดินของจำเลยที่ 1 สิ่งปลูกสร้างจึงเป็นส่วนควบของที่ดินและเป็นของจำเลยที่ 1 ที่ผู้ร้องมีสิทธิขอเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายรับรายจ่ายใหม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า บัญชีส่วนเฉลี่ยแสดงรายรับ-จ่าย ครั้งที่ 1 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีถูกต้องแล้ว ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิเฉลี่ยเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 สิ่งปลูกสร้างมิได้เป็นส่วนควบของที่ดินของจำเลยที่ 1 ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา ผู้ร้องถึงแก่ความตาย นางอรพินท์ ทายาท ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องเพียงว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องคัดค้านของผู้ร้องนั้น ถึงที่สุดแล้วหรือไม่ เห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่าย ครั้งที่ 1 อันเป็นบัญชีส่วนเฉลี่ยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 319 แล้ว ผู้ร้องยื่นคำแถลงคัดค้านบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งยืนยันตามบัญชีส่วนเฉลี่ยดังกล่าว ผู้ร้องไม่พอใจคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวได้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องคัดค้านคำสั่งนั้นต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 320 วรรคสี่ ในตอนท้ายบัญญัติให้คำสั่งของศาลที่ออกตามความในวรรคนี้ให้เป็นที่สุดนั้น ย่อมหมายถึงคำสั่งของศาลชั้นต้นที่เกี่ยวด้วยคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้ร้องที่ยื่นไว้ตามบทบัญญัติในวรรคสี่นั่นเอง มิใช่ถึงที่สุดแต่เพียงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่าเจ้าหนี้ไม่ไปตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่ผู้ร้องฎีกาเท่านั้น ดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องคัดค้านคำสั่งของผู้ร้องเสียแล้ว คดีของผู้ร้องที่คัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงถึงที่สุดและต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ828/2543
primary_red_case_no
พ1877/2543
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000380.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1701/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2556