คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16040/2555 ฉบับเต็ม

#537995
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16040/2555 นายสุขุม มากประยูร โจทก์ นายพัสกรหรือประเทศ ทัพมงคล ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นายสุขุม มากประยูร ผู้ร้อง นางเพลินตาหรือนางนลินรัตน์ มากประยูร หรือคงธนชโลธร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง, มาตรา 1598/41, มาตรา 1599, มาตรา 1600 ป.พ.พ. มาตรา 1598/41 กำหนดถึงสิทธิของผู้เยาว์ที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดามารดาว่าจะสละหรือโอนไม่ได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี สิทธิหน้าที่เกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้ทรงสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวเช่นกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวก็เป็นอันสิ้นสุดลงไม่ตกทอดไปยังทายาท เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาถึงแก่ความตายไปแล้วสภาพบุคคลของโจทก์ก็หมดสิ้นไป ภาระหน้าที่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์นับแต่มีคำพิพากษาจนบุตรบรรลุนิติภาวะจึงยุติไปด้วย แม้โจทก์จะทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทไว้ก็ตาม หน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ก็ไม่ตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1599 และมาตรา 1600 กองมรดกของโจทก์ไม่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่จำเลยอีกต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา โดยให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเพียงผู้เดียว ให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนละ ๔,๐๐๐ บาทต่อเดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูตลอดมา จนกระทั่งถึงแก่ความตาย ต่อมาเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับแก่ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์เพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำบังคับหรือขอให้รอการบังคับคดีตามคำพิพากษาจนกว่าคดีร้องขอจัดการมรดกของโจทก์จะถึงที่สุด จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า สิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นเรื่องเฉพาะตัวของคู่กรณี หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลงไม่ตกทอดไปยังทายาท ผู้ร้องในฐานะทายาทโดยพินัยกรรมและในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่จำเลยอีกต่อไป ให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้ออกคำบังคับแก่ผู้ร้องและเพิกถอนคำบังคับลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิบังคับชำระหนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจากทรัพย์มรดกของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๕๖๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์" อันเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร โดยกำหนดสิทธิของผู้เยาว์ที่จะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูและได้รับการศึกษา และเป็นหน้าที่ของบิดามารดาที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาขณะที่บุตรยังคงเป็นผู้เยาว์ ซึ่งมาตรา ๑๕๙๘/๔๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า "สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น จะสละหรือโอนมิได้และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี" อันเป็นการกำหนดสิทธิของผู้เยาว์ที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูว่าจะสละหรือโอนมิได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี สิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้จึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว กล่าวคือ สิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ทรงสิทธิ และหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูก็เป็นหน้าที่เฉพาะตัวเช่นเดียวกันหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวก็เป็นอันสิ้นสุดลงไม่ตกทอดไปยังทายาท ดังนั้น เมื่อโจทก์ถึงแก่ความตายไปแล้ว สภาพบุคคลของโจทก์ก็หมดสิ้นไปภาระหน้าที่ในส่วนนี้จึงยุติไปด้วย แม้โจทก์จะทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทไว้ก็ตาม หน้าที่ในการชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ก็ไม่ตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ และมาตรา ๑๖๐๐ กองมรดกของโจทก์ไม่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่จำเลยอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (พฤษภา พนมยันตร์-เพลินจิต ตั้งพูลสกุล-อธิป จิตต์สำเริง) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายจุฬา อินอิว ศาลอุทธรณ์ - นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก เยาวชนและครอบครัว หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ยช.(พ)60/2555 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1480/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1600/2544 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
537995
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง",
        "judge": "นายจุฬา อินอิว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอารีย์ เตชะหรูวิจิตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081983848"
    }
}
date
2555
deka_no
16040/2555
deka_running_no
16040
deka_year
2555
department
เยาวชนและครอบครัว
judges
[
    "พฤษภา พนมยันตร์",
    "เพลินจิต ตั้งพูลสกุล",
    "อธิป จิตต์สำเริง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1564 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 1598/41",
            "ม. 1599",
            "ม. 1600"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุขุม มากประยูร"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นายพัสกรหรือประเทศ ทัพมงคล ในฐานะผู้จัดการมรดกของ"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายสุขุม มากประยูร"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางเพลินตาหรือนางนลินรัตน์ มากประยูร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือคงธนชโลธร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยา โดยให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเพียงผู้เดียว ให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนละ ๔,๐๐๐ บาทต่อเดือน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาจนกว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน โจทก์ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูตลอดมา จนกระทั่งถึงแก่ความตาย ต่อมาเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับแก่ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์เพื่อให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำบังคับหรือขอให้รอการบังคับคดีตามคำพิพากษาจนกว่าคดีร้องขอจัดการมรดกของโจทก์จะถึงที่สุด

จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า สิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นเรื่องเฉพาะตัวของคู่กรณี หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลงไม่ตกทอดไปยังทายาท ผู้ร้องในฐานะทายาทโดยพินัยกรรมและในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่จำเลยอีกต่อไป ให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้ออกคำบังคับแก่ผู้ร้องและเพิกถอนคำบังคับลงวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๓

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิบังคับชำระหนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจากทรัพย์มรดกของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๑๕๖๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์" อันเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของบิดามารดาและบุตร โดยกำหนดสิทธิของผู้เยาว์ที่จะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูและได้รับการศึกษา และเป็นหน้าที่ของบิดามารดาที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาขณะที่บุตรยังคงเป็นผู้เยาว์ ซึ่งมาตรา ๑๕๙๘/๔๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า "สิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูนั้น จะสละหรือโอนมิได้และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี" อันเป็นการกำหนดสิทธิของผู้เยาว์ที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูว่าจะสละหรือโอนมิได้ และไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี สิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้จึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว กล่าวคือ สิทธิที่จะได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูนี้เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ทรงสิทธิ และหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูก็เป็นหน้าที่เฉพาะตัวเช่นเดียวกันหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธิและหน้าที่ดังกล่าวก็เป็นอันสิ้นสุดลงไม่ตกทอดไปยังทายาท ดังนั้น เมื่อโจทก์ถึงแก่ความตายไปแล้ว สภาพบุคคลของโจทก์ก็หมดสิ้นไปภาระหน้าที่ในส่วนนี้จึงยุติไปด้วย แม้โจทก์จะทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทไว้ก็ตาม หน้าที่ในการชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ก็ไม่ตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ และมาตรา ๑๖๐๐ กองมรดกของโจทก์ไม่ต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่จำเลยอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1480/2543
primary_red_case_no
พ1600/2544
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000392.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ยช.(พ)60/2555
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555