คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10872/2555 ฉบับเต็ม

#538009
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10872/2555 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศักดิ์สิทธิ์อัลลอยบางแวก (รัชดา) โจทก์ นายเฉลิมพล ติรณพันธ์หรือสุมโนพรหม กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 850 ป.วิ.พ. มาตรา 271 การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาล และศาลพิพากษาตามยอมไปแล้ว โจทก์และจำเลยทั้งสองย่อมมีเจตนาตรงกันที่จะให้สัญญาประนีประนอมยอมความสำเร็จลงสมประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ข้อความสำคัญของสัญญาประนีประนอมในข้อ 2 คือ จำเลยทั้งสองจะชำระเงินจำนวน 3,900,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองปฏิบัติการชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์แล้ว ย่อมเป็นอันบรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญาข้อ 2 นั้น ส่วนที่มีข้อความว่า โดยจำเลยทั้งสองจะชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ เมื่อจำเลยทั้งสองสามารถขายที่ดินโฉนดเลขที่ 6244 เรียบร้อยแล้ว หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีทันทีนั้นเป็นเพียงการอธิบายขยายความวิธีการชำระหนี้ของจำเลยทั้งสองว่ามีวิธีการหาเงินมาชำระหนี้โดยการขายที่ดิน ข้อความดังกล่าวมิใช่เงื่อนไขการชำระหนี้ และเป็นสัญญาที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ไว้ จำเลยทั้งสองต้องชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความภายในระยะเวลาอันสมควร การที่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนเวลาล่วงเลยไปนานถึง 7 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมเป็นเวลาที่นานเกินสมควร และถือได้ว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเหตุให้โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้โดยชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี อ้างว่า จำเลยทั้งสองผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่โจทก์ขอ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 มีความหมายชัดเจนว่า จำเลยทั้งสองตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์ต่อเมื่อขายที่ดินดังกล่าวได้แล้ว และหากไม่ชำระหนี้ จำเลยทั้งสองย่อมตกเป็นผู้ผิดสัญญาโดยโจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ทันที เมื่อได้ความว่าจำเลยทั้งสองยังขายที่ดินโฉนดเลขที่ 6244 ตำบลตะฆ่า อำเภอบางปลาม้าจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ได้ จึงมิใช่เรื่องที่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมอันเป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองได้ ดังนั้นการออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการไม่ชอบ จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2548 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้บังคับคดีตามหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 4พฤษภาคม 2548 ของศาลชั้นต้นต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า การออกหมายบังคับคดีชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวต่อศาล และศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้วนั้น โจทก์และจำเลยทั้งสองย่อมมีเจตนาตรงกันที่จะให้สัญญาประนีประนอมยอมความสำเร็จลงสมประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ข้อความสำคัญของสัญญาประนีประนอมดังกล่าวในข้อ 2 คือ จำเลยทั้งสองจะชำระเงินจำนวน 3,900,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองปฏิบัติการชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ ย่อมเป็นอันบรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญาข้อ 2 นั้น ส่วนที่มีข้อความว่า โดยจำเลยทั้งสองจะชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ เมื่อจำเลยทั้งสองสามารถขายที่ดินโฉนดเลขที่ 6244 ตำบลตะฆ่า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เรียบร้อยแล้ว หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีทันที นั้นเป็นเพียงการอธิบายขยายความวิธีการชำระหนี้ของจำเลยทั้งสองว่ามีวิธีหาเงินมาชำระหนี้โดยการขายที่ดิน ข้อความดังกล่าวมิใช่เงื่อนไขการชำระหนี้ และเป็นสัญญาที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ไว้ จำเลยทั้งสองต้องชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความภายในระยะเวลาอันสมควร การที่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนเวลาล่วงเลยไปนานถึง 7 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมเป็นระยะเวลาที่นานเกินสมควร และถือได้ว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเหตุให้โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้โดยชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-นายสมสันต์ ศุภศาตรสิน) ศาลแพ่ง - นางนิธิวดี โมกขมรรคกุล ศาลอุทธรณ์ - นายวิเชียร แสงเจริญถาวร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.962/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ352/2541 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ14957/2541 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
538009
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นางนิธิวดี โมกขมรรคกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิเชียร แสงเจริญถาวร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081985329"
    }
}
date
2555
deka_no
10872/2555
deka_running_no
10872
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "นายสมสันต์ ศุภศาตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 850"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศักดิ์สิทธิ์อัลลอยบางแวก (รัชดา)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเฉลิมพล ติรณพันธ์หรือสุมโนพรหม กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี อ้างว่า จำเลยทั้งสองผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่โจทก์ขอ

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้องและมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีต่อไป

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 2 มีความหมายชัดเจนว่า จำเลยทั้งสองตกลงชำระเงินให้แก่โจทก์ต่อเมื่อขายที่ดินดังกล่าวได้แล้ว และหากไม่ชำระหนี้ จำเลยทั้งสองย่อมตกเป็นผู้ผิดสัญญาโดยโจทก์มีสิทธิบังคับคดีได้ทันที เมื่อได้ความว่าจำเลยทั้งสองยังขายที่ดินโฉนดเลขที่ 6244 ตำบลตะฆ่า อำเภอบางปลาม้าจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ได้ จึงมิใช่เรื่องที่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมอันเป็นเหตุที่จะทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองได้ ดังนั้นการออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการไม่ชอบ จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2548 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้บังคับคดีตามหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 4พฤษภาคม 2548 ของศาลชั้นต้นต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า การออกหมายบังคับคดีชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงกันทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวต่อศาล และศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้วนั้น โจทก์และจำเลยทั้งสองย่อมมีเจตนาตรงกันที่จะให้สัญญาประนีประนอมยอมความสำเร็จลงสมประสงค์ของทั้งสองฝ่าย ข้อความสำคัญของสัญญาประนีประนอมดังกล่าวในข้อ 2 คือ จำเลยทั้งสองจะชำระเงินจำนวน 3,900,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองปฏิบัติการชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ ย่อมเป็นอันบรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญาข้อ 2 นั้น ส่วนที่มีข้อความว่า โดยจำเลยทั้งสองจะชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์ เมื่อจำเลยทั้งสองสามารถขายที่ดินโฉนดเลขที่ 6244 ตำบลตะฆ่า อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เรียบร้อยแล้ว หากผิดนัดยอมให้โจทก์บังคับคดีทันที นั้นเป็นเพียงการอธิบายขยายความวิธีการชำระหนี้ของจำเลยทั้งสองว่ามีวิธีหาเงินมาชำระหนี้โดยการขายที่ดิน ข้อความดังกล่าวมิใช่เงื่อนไขการชำระหนี้ และเป็นสัญญาที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ไว้ จำเลยทั้งสองต้องชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความภายในระยะเวลาอันสมควร การที่จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความจนเวลาล่วงเลยไปนานถึง 7 ปี นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมเป็นระยะเวลาที่นานเกินสมควร และถือได้ว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเหตุให้โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีได้โดยชอบ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ352/2541
primary_red_case_no
พ14957/2541
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000405.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.962/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555