คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2555 ฉบับเต็ม

#538044
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2555 พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี ผู้ร้อง บริษัทไมโครลิซซิ่ง จำกัด กับพวก ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ผู้ร้องขอให้ริบรถของกลางตาม พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ซึ่งมาตราดังกล่าววรรคท้าย บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านผู้ขอคืนของกลาง ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าผู้คัดค้านไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินของกลางดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด อีกทั้งผู้คัดค้านได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ศาลจึงจะไม่ริบของกลาง แต่ทางนำสืบของผู้คัดค้านได้ความเพียงว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่อันเป็นข้อนำสืบตาม ป.อ. มาตรา 36 ซึ่ง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 วรรคท้าย มิให้นำมาใช้บังคับ เมื่อผู้คัดค้านไม่สามารถพิสูจน์ข้ออ้างตามพระราชบัญญัติแร่ฯ ดังกล่าวได้ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านจึงไม่เพียงพอที่จะให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้คัดค้าน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเข้าไปทำลาย ทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกันทำอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน และร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ริบของกลางดังกล่าวตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกันเพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว ผู้คัดค้านทั้งหกยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องและคืนของกลางแก่ผู้คัดค้านทั้งหก ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน81 - 4800 ราชบุรี 82 - 1906 ราชบุรี 70 - 4395 เพชรบุรี และ 86 - 0006 นครปฐม รถขุดไฮดรอลิค รุ่น พีซี 200 - 7 เอ หมายเลขเครื่องยนต์ 6 ดี 102 -26324452 และ 6 ดี 102 - 26338760 รถเจาะ เอชซีอาร์ 180 และแร่เฟต์สปาร์สะอาด ประมาณ 60 เมตริกตัน ของกลาง ผู้คัดค้านทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ว่ามีเหตุที่ศาลจะสั่งคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 82 - 1906 ราชบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 1 คืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 81 - 4800 ราชบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 4 และคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70 - 4395 เพชรบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 5 หรือไม่ คดีนี้ผู้ร้องขอให้ศาลริบรถของกลางตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ซึ่งมาตราดังกล่าววรรคท้าย บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดอ้างตัวเป็นเจ้าของก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือมีเจ้าของแต่เจ้าของไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดดังกล่าว อีกทั้งตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเช่นนั้นเกิดขึ้น หรือไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อได้ว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวได้เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันแรกของวันประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน ตามวรรคสอง และในกรณีนี้มิให้นำมาตรา 36 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ" จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินผู้ขอคืนของกลาง ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินของกลางดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด อีกทั้งผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ศาลจึงจะไม่ริบของกลาง ซึ่งทางนำสืบของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ได้ความเพียงว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ อันเป็นข้อนำสืบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ซึ่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 วรรคท้าย มิให้นำมาใช้บังคับ เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ไม่สามารถพิสูจน์ข้ออ้างตามพระราชบัญญัติแร่ ฯ ได้ เช่นนี้ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ที่นำสืบมาจึงไม่เพียงพอที่จะให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อของกลางจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (นวลน้อย ผลทวี-ประทีป เฉลิมภัทรกุล-พันวะสา บัวทอง) ศาลจังหวัดราชบุรี - นายประโยชน์ ดีสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวิทยา ยิ่งวิริยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก สิ่งแวดล้อม หมายเลขคดีดำศาลฎีกา สว.(อ)81/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม1/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม6/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
538044
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดราชบุรี",
        "judge": "นายประโยชน์ ดีสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายวิทยา ยิ่งวิริยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987815"
    }
}
date
2555
deka_no
1416/2555
deka_running_no
1416
deka_year
2555
department
สิ่งแวดล้อม
judges
[
    "นวลน้อย ผลทวี",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "พันวะสา บัวทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510",
        "sections": [
            "ม. 154"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดราชบุรี"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทไมโครลิซซิ่ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันทำเหมืองแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันเข้าไปทำลาย ทำให้สูญหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกันทำอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน และร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้ริบของกลางดังกล่าวตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154

พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกันเพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแล้ว

ผู้คัดค้านทั้งหกยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ยกคำร้องและคืนของกลางแก่ผู้คัดค้านทั้งหก

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน81 - 4800 ราชบุรี 82 - 1906 ราชบุรี 70 - 4395 เพชรบุรี และ 86 - 0006 นครปฐม รถขุดไฮดรอลิค รุ่น พีซี 200 - 7 เอ หมายเลขเครื่องยนต์ 6 ดี 102 -26324452 และ 6 ดี 102 - 26338760 รถเจาะ เอชซีอาร์ 180 และแร่เฟต์สปาร์สะอาด ประมาณ 60 เมตริกตัน ของกลาง

ผู้คัดค้านทั้งหกอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษายืน

ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ว่ามีเหตุที่ศาลจะสั่งคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 82 - 1906 ราชบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 1 คืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 81 - 4800 ราชบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 4 และคืนรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 70 - 4395 เพชรบุรี ให้ผู้คัดค้านที่ 5 หรือไม่ คดีนี้ผู้ร้องขอให้ศาลริบรถของกลางตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 ซึ่งมาตราดังกล่าววรรคท้าย บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดอ้างตัวเป็นเจ้าของก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือมีเจ้าของแต่เจ้าของไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดดังกล่าว อีกทั้งตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเช่นนั้นเกิดขึ้น หรือไม่สามารถพิสูจน์ให้ศาลเชื่อได้ว่าตนไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวได้เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันแรกของวันประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน ตามวรรคสอง และในกรณีนี้มิให้นำมาตรา 36 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้บังคับ" จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวให้เป็นหน้าที่ของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินผู้ขอคืนของกลาง ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ไม่มีโอกาสทราบหรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดและจะมีการนำทรัพย์สินของกลางดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิด อีกทั้งผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้วที่จะป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ศาลจึงจะไม่ริบของกลาง ซึ่งทางนำสืบของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ได้ความเพียงว่า ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 เป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางดังกล่าวและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ อันเป็นข้อนำสืบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ซึ่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 154 วรรคท้าย มิให้นำมาใช้บังคับ เมื่อผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ไม่สามารถพิสูจน์ข้ออ้างตามพระราชบัญญัติแร่ ฯ ได้ เช่นนี้ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ที่นำสืบมาจึงไม่เพียงพอที่จะให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อของกลางจึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ 4 และที่ 5 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
ม1/2550
primary_red_case_no
ม6/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000427.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
สว.(อ)81/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555