คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14396/2555 ฉบับเต็ม

#538080
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14396/2555 พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นางดวงจันทร์ แสนพรหม โจทก์ร่วม นางมยุรี ปัญญาสัน จำเลย ป.อ. มาตรา 265, มาตรา 268 วรรคแรก, มาตรา 268 วรรคสอง การที่จำเลยปลอมลายมือชื่อ จ. ในหนังสือขอเปลี่ยนสมุดบัญชีเงินฝาก และนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปอ้างแสดงต่อ ค. จนในที่สุดสหกรณ์ออมทรัพย์ ล. จำกัด ได้อนุมัติตามหนังสือดังกล่าว เพราะ ค. หลงเชื่อว่าจำเลยนำเอกสารที่แท้จริงซึ่ง จ. ลงลายมื่อชื่อมายื่นเพื่อขออนุมัติ การกระทำดังกล่าวถือได้ว่าน่าจะเกิดความเสียหายแก่ ค. และสหกรณ์ออมทรัพย์ ล. จำกัด รวมทั้ง จ. เจ้าของบัญชีเงินฝากร่วมกับจำเลยด้วย กระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางดวงจันทร์ บุตรของนายจันทร์ตา ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ เห็นว่า บัญชีเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด มีชื่อนายจันทร์ตาและจำเลยเป็นเจ้าของบัญชี แม้จำเลยจะมีสิทธิเบิกถอนเงินได้เพียงผู้เดียว แต่นายจันทร์ตาและจำเลยต่างก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในบัญชีเงินฝากดังกล่าว และตามหนังสือขอเปลี่ยนชื่อสมุดบัญชีเงินฝากมีข้อความว่า "ตามที่ข้าพเจ้าได้ฝากเงินไว้ที่สหกรณ์ฯ โดยฝากร่วมกับนางมยุรี ตามสมุดบัญชีเลขที่ 00158 บัดนี้ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อในสมุดดังกล่าวเป็นชื่อของนางมยุรี แต่เพียงผู้เดียวพร้อมกับเงินจำนวนดังกล่าวและข้าพเจ้าขอมอบให้เป็นสิทธิของนางมยุรี ด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 เป็นต้นไป" หนังสือดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนชื่อในสมุดบัญชีเงินฝากอย่างเดียวแต่ระบุยกเงินในบัญชีให้แก่จำเลยด้วย ประกอบกับขณะทำการเปลี่ยนชื่อในสมุดบัญชีเงินฝาก นายจันทร์ตายังไม่ถึงแก่ความตาย พินัยกรรมที่จำเลยอ้างว่านายจันทร์ตายกเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลย ยังไม่มีผลบังคับ และจำเลยก็เบิกความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1445/2543 ของศาลชั้นต้นนลงวันที่ 28 มกราคม 2545 ว่าจำเลยมาทราบภายหลังจากเปิดพินัยกรรมว่านายจันทร์ตายกทรัพย์มรดกรวมทั้งเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลยแสดงว่าขณะที่จำเลยปลอมลายมือชื่อของนายจันทร์ตาในหนังสือขอเปลี่ยนชื่อสมุดบัญชีเงินฝาก และใช้หนังสือฉบับดังกล่าวไปยื่นต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด นายจันทร์ตายังไม่ได้ยกเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลยตามพินัยกรรม ดังนั้น การที่จำเลยปลอมลายมือชื่อนายจันทร์ตาในหนังสือขอเปลี่ยนชื่อสมุดบัญชีเงินฝากและนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปอ้างแสดงต่อนายคมสันต์ จนในที่สุดสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด ได้อนุมัติตามหนังสือดังกล่าว เพราะนายคมสันต์หลงเชื่อว่าจำเลยนำเอกสารที่แท้จริงซึ่งนายจันทร์ตาลงลายมือชื่อมายื่นเพื่อขออนุมัติการกระทำดังกล่าวถือได้ว่าน่าจะเกิดความเสียหายแก่นายคมสันต์และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด รวมทั้งนายจันทร์ตาเจ้าของบัญชีเงินฝากร่วมกับจำเลยด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ประยูร ณ ระนอง-พิศาล อัยยะวรากูล-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) ศาลจังหวัดลำพูน - นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชลิต กฐินะสมิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5129/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ138/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1040/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
538080
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำพูน",
        "judge": "นางอุไรรัตน์ น้อยสุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายชลิต กฐินะสมิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081984293"
    }
}
date
2555
deka_no
14396/2555
deka_running_no
14396
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 265",
            "ม. 268 วรรคแรก",
            "ม. 268 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางดวงจันทร์ แสนพรหม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางมยุรี ปัญญาสัน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางดวงจันทร์ บุตรของนายจันทร์ตา ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 ตามมาตรา 268 วรรคสอง ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือไม่ เห็นว่า บัญชีเงินฝากของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด มีชื่อนายจันทร์ตาและจำเลยเป็นเจ้าของบัญชี แม้จำเลยจะมีสิทธิเบิกถอนเงินได้เพียงผู้เดียว แต่นายจันทร์ตาและจำเลยต่างก็เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในบัญชีเงินฝากดังกล่าว และตามหนังสือขอเปลี่ยนชื่อสมุดบัญชีเงินฝากมีข้อความว่า "ตามที่ข้าพเจ้าได้ฝากเงินไว้ที่สหกรณ์ฯ โดยฝากร่วมกับนางมยุรี ตามสมุดบัญชีเลขที่ 00158 บัดนี้ข้าพเจ้ามีความประสงค์จะเปลี่ยนชื่อในสมุดดังกล่าวเป็นชื่อของนางมยุรี แต่เพียงผู้เดียวพร้อมกับเงินจำนวนดังกล่าวและข้าพเจ้าขอมอบให้เป็นสิทธิของนางมยุรี ด้วย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2542 เป็นต้นไป" หนังสือดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนชื่อในสมุดบัญชีเงินฝากอย่างเดียวแต่ระบุยกเงินในบัญชีให้แก่จำเลยด้วย ประกอบกับขณะทำการเปลี่ยนชื่อในสมุดบัญชีเงินฝาก นายจันทร์ตายังไม่ถึงแก่ความตาย พินัยกรรมที่จำเลยอ้างว่านายจันทร์ตายกเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลย ยังไม่มีผลบังคับ และจำเลยก็เบิกความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1445/2543 ของศาลชั้นต้นนลงวันที่ 28 มกราคม 2545 ว่าจำเลยมาทราบภายหลังจากเปิดพินัยกรรมว่านายจันทร์ตายกทรัพย์มรดกรวมทั้งเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลยแสดงว่าขณะที่จำเลยปลอมลายมือชื่อของนายจันทร์ตาในหนังสือขอเปลี่ยนชื่อสมุดบัญชีเงินฝาก และใช้หนังสือฉบับดังกล่าวไปยื่นต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด นายจันทร์ตายังไม่ได้ยกเงินในบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลยตามพินัยกรรม ดังนั้น การที่จำเลยปลอมลายมือชื่อนายจันทร์ตาในหนังสือขอเปลี่ยนชื่อสมุดบัญชีเงินฝากและนำเอกสารปลอมดังกล่าวไปอ้างแสดงต่อนายคมสันต์ จนในที่สุดสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด ได้อนุมัติตามหนังสือดังกล่าว เพราะนายคมสันต์หลงเชื่อว่าจำเลยนำเอกสารที่แท้จริงซึ่งนายจันทร์ตาลงลายมือชื่อมายื่นเพื่อขออนุมัติการกระทำดังกล่าวถือได้ว่าน่าจะเกิดความเสียหายแก่นายคมสันต์และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูลำพูน จำกัด รวมทั้งนายจันทร์ตาเจ้าของบัญชีเงินฝากร่วมกับจำเลยด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ138/2544
primary_red_case_no
อ1040/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000396.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5129/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555